NIST Cybersecurity
Framework คืออะไร?

NIST Cybersecurity Framework (CSF) คือแนวทางและมาตรฐานแบบสมัครใจสำหรับจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity ทั้งในระดับองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยมีแนวทางที่ยืดหยุ่น ทำซ้ำได้ และคุ้มค่าในการ จัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity

Framework นี้เริ่มต้นจากการเป็นระบบบริหารความเสี่ยงด้าน cybersecurity สำหรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมหลายแผนก และองค์กรทั่วโลก

NIST Cybersecurity Framework Guide

คู่มือจาก ManageEngine สำหรับการนำ NIST Cybersecurity Framework ไปใช้

anageEngine's guide to implementing the NIST Cybersecurity

ดาวน์โหลดคู่มือ

ทำไมคุณจึงควรนำ NIST CSF ไปใช้?

  • Strengthen your cybersecurity posture

    ยกระดับ Security Posture ขององค์กร

    ประเมิน security posture ปัจจุบันของคุณ และจัดลำดับความสำคัญของส่วนที่ควรปรับปรุง

  • Understand organizational risks

    เข้าใจความเสี่ยงขององค์กร

    ประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นกลาง และวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้

  • Comply with global standards

    ทำ Compliance ตามมาตรฐานสากล

    ทำ Compliance ตามมาตรฐานและข้อกำหนดระดับโลกอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย

  • Maximize your ROI

    เพิ่ม ROI ให้สูงสุด

    โฟกัสที่องค์ประกอบสำคัญของการให้บริการ เพื่อให้กระบวนการนำไปใช้คุ้มค่ากับงบประมาณ

  • Communicate effectively

    สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ใช้ภาษากลางของ Framework เพื่อสื่อสารความเสี่ยงและข้อกำหนดด้าน cybersecurity กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

  • Expand the scope of risk management

    ขยายขอบเขตการบริหารความเสี่ยง

    มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และบริการจากพาร์ทเนอร์ของคุณสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความปลอดภัยที่สำคัญ

องค์ประกอบของ Framework

NISTCybersecurityFramework
  •  แกนหลักของ Framework
  •  ระดับการนำ Framework ไปใช้
  •  Framework Profile

แกนหลักของ Framework

แกนหลักของ Framework

แกนหลักของ Framework ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญด้านการจัดการความเสี่ยง ที่ช่วยให้องค์กรบรรลุผลลัพธ์ด้าน cybersecurity ที่สอดคล้องกับเป้าหมายและลำดับความสำคัญทางธุรกิจ

Core ประกอบด้วย 6 ฟังก์ชัน ได้แก่ govern, identify, protect, detect, respond และ recover โดยมอบกลยุทธ์แบบองค์รวมในการทำความเข้าใจภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น ลดผลกระทบ และฟื้นตัวโดยให้ธุรกิจหยุดชะงักน้อยที่สุด

ฟังก์ชันเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบให้เป็นลำดับขั้นแบบตายตัวเพื่อไปสู่สถานะที่ต้องการ แต่เป็นชุดของแนวทางที่สามารถดำเนินการพร้อมกันและต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่รับมือกับความเสี่ยงด้าน cybersecurity ที่เกิดขึ้นใหม่

ระดับการนำ Framework ไปใช้

ระดับการนำ Framework ไปใช้

ระดับการนำไปใช้ช่วยให้องค์กรอธิบายได้ว่าโปรแกรมการจัดการ cybersecurity ของตนมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ระดับเหล่านี้ยังใช้เป็นเกณฑ์ภายในเพื่อสร้างมาตรฐานแนวทางด้าน cybersecurity ให้สอดคล้องกันทั้งองค์กรได้

ระดับเหล่านี้ไม่ใช่ระดับความก้าวหน้าแบบ maturity องค์กรควรขยับไปสู่ระดับที่สูงขึ้นเมื่อมีทรัพยากรและงบประมาณเพียงพอในการลดความเสี่ยงด้าน cybersecurity

  • Tier 1: Partial

    แนวทางการจัดการความเสี่ยงที่ไม่สม่ำเสมอและเป็นแบบ reactive โดยมีความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้าน cybersecurity อย่างจำกัด

  • Tier 2: Risk informed

    มีความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้าน cybersecurity อยู่บ้าง แต่ยังวางระบบโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กรได้อย่างจำกัด

  • Tier 3: Repeatable

    มีโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity ที่สม่ำเสมอทั่วทั้งองค์กร พร้อมกระบวนการตอบสนองตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ภัยคุกคาม

  • Tier 4: Adaptive

    มีระบบตอบสนองขั้นสูงที่สามารถปรับปรุงโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอ้างอิงจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาและตัวชี้วัดเชิงคาดการณ์

Framework Profile

Framework Profile

Framework Profile ช่วยให้องค์กรเข้าใจ security posture ปัจจุบันของตนตามผลลัพธ์ที่ระบุไว้ใน Framework หลังจากประเมินโปรไฟล์ปัจจุบันแล้ว องค์กรสามารถสร้างโปรไฟล์เป้าหมายได้โดยเลือกผลลัพธ์สำคัญภายใต้ฟังก์ชันของ Framework ตามเป้าหมายทางธุรกิจ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และทรัพยากรที่มี

เมื่อสร้างโปรไฟล์ปัจจุบันและเปรียบเทียบกับโปรไฟล์เป้าหมาย องค์กรจะสามารถระบุโอกาสในการปรับปรุงโปรแกรม cybersecurity ได้ และสามารถวางแผนมาตรการปรับปรุง cybersecurity ตามลำดับความสำคัญและต้นทุนโดยประมาณของการแก้ไข

ManageEngine ช่วยคุณนำ NIST CSF ไปใช้ได้อย่างไร

แม้ว่า NIST CSF จะประกอบด้วยทั้งการควบคุมด้านเทคนิคและไม่ใช่ด้านเทคนิคสำหรับการจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity
เราจะช่วยคุณนำส่วนที่เป็นด้านเทคนิคไปใช้

  • Govern

    Govern

  • Identify

    Identify

  • Protect

    Protect

  • Detect

    Detect

  • Respond

    Respond

  • Recovery

    Recover

Govern

  • บริบทขององค์กร
  • กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยง
  • บทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่
  • นโยบาย
  • การกำกับดูแล
  • การจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity ของ supply chain

บริบทขององค์กร

ทำความเข้าใจและจัดการภารกิจของโปรแกรม cybersecurity ข้อกำหนดทางกฎหมาย และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยง

กำหนดและสื่อสารลำดับความสำคัญ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และสมมติฐานขององค์กรในมุมของการจัดการความเสี่ยง

บทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่

กำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ด้าน cybersecurity เพื่อสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจนและทำให้กระบวนการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

นโยบาย

กำหนดและสื่อสารนโยบายสำหรับการจัดการ cybersecurity ขององค์กร

การกำกับดูแล

ทบทวนผลลัพธ์ของโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity และปรับกลยุทธ์เมื่อจำเป็น

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

การจัดการความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ของ Supply Chain

ระบุและกำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity เพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ supply chain ของคุณ

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

Identify

  • การจัดการ Asset
  • การประเมินความเสี่ยง
  • การปรับปรุง

การจัดการ Asset

ระบุ Asset ระบบ และบุคลากรที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ และจัดการสิ่งเหล่านั้นตามเป้าหมายทางธุรกิจและกลยุทธ์ความเสี่ยงของคุณ

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

การประเมินความเสี่ยง

ประเมินความเสี่ยงด้าน cybersecurity ที่มีต่อองค์กร Asset และบุคลากรของคุณ

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

การปรับปรุง

Protect

  • การจัดการตัวตน การยืนยันตัวตน และการควบคุมการเข้าถึง
  • การรับรู้และการฝึกอบรม
  • ความปลอดภัยของข้อมูล
  • ความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม
  • ความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี

การจัดการตัวตน การยืนยันตัวตน และการควบคุมการเข้าถึง

ให้เฉพาะผู้ใช้และอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเข้าถึง Asset ทั้งแบบกายภาพและเชิงตรรกะ พร้อมจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

การรับรู้และการฝึกอบรม

จัดตั้งโปรแกรมการรับรู้และการฝึกอบรม เพื่อช่วยให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ด้าน cybersecurity ได้อย่างเหมาะสม

ความปลอดภัยของข้อมูล

จัดการและปกป้องข้อมูลตามนโยบายความเสี่ยงขององค์กร เพื่อคุ้มครองความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งานของข้อมูล

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

ความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม

จัดการ Hardware และ Software ขององค์กร รวมถึงการบำรุงรักษา เพื่อให้มั่นใจถึงความถูกต้องครบถ้วนและความพร้อมใช้งาน

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

ความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี

จัดการสถาปัตยกรรมและโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยขององค์กร เพื่อปกป้องความสมบูรณ์ของ Asset และเสริมความยืดหยุ่นขององค์กร

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

Detect

  • การตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
  • การวิเคราะห์เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

การตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

ตรวจสอบ Asset และระบบสารสนเทศเพื่อหา Incident และยืนยันมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

Respond

  • การจัดการ Incident
  • การวิเคราะห์ Incident
  • การรายงานและการสื่อสารการตอบสนองต่อ Incident
  • การลดผลกระทบของ Incident

การจัดการ Incident

จัดการแผนตอบสนองต่อ Incident เพื่อรับมือกับ Incident ที่ตรวจพบให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity ขององค์กร

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

การวิเคราะห์ Incident

การรายงานและการสื่อสารการตอบสนองต่อ Incident

Recover

  • การดำเนินการตามแผนกู้คืน Incident
  • การสื่อสารการกู้คืน Incident

การสื่อสารการกู้คืน Incident

ประสานงานกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกเกี่ยวกับกิจกรรมการกู้คืนระบบ

ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร

รับคำแนะนำในการนำ NIST CSF ไปใช้

ดาวน์โหลดคู่มือของเราเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่า
องค์กรของคุณสามารถนำ NIST CSF ไปใช้ได้อย่างไร

ชื่อ*กรุณากรอกชื่อของคุณ
อีเมลองค์กร*กรุณากรอกอีเมลที่ถูกต้อง
โทรศัพท์กรุณากรอกหมายเลขโทรศัพท์
บริษัท
ประเทศ*

เมื่อคลิก ‘ดาวน์โหลดตอนนี้’ ถือว่าคุณยินยอมให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม Privacy Policy

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

การนำ NIST Cybersecurity Framework ไปใช้งานอย่างครบถ้วน จำเป็นต้องมีโซลูชัน กระบวนการ บุคลากร และเทคโนโลยีที่หลากหลาย โซลูชันที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นเพียงบางแนวทางที่เครื่องมือ IT management สามารถช่วยสนับสนุนการใช้งาน NIST Cybersecurity Framework ได้ เมื่อใช้ร่วมกับโซลูชัน กระบวนการ และบุคลากรที่เหมาะสมอื่นๆ โซลูชันของ ManageEngine จะช่วยให้องค์กรทำตาม NIST Cybersecurity Framework ได้ เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายสำหรับการนำ NIST Cybersecurity Framework ไปใช้งาน ManageEngine ไม่ให้การรับประกันใดๆ ไม่ว่าจะโดยชัดแจ้ง โดยนัย หรือโดยกฎหมาย เกี่ยวกับข้อมูลในเอกสารนี้

ดาวน์โหลดคู่มือSchedule a call