# การนำ NIST Cybersecurity Framework ไปใช้ กำหนดมาตรฐานอ้างอิงด้าน cybersecurity และจัดลำดับความสำคัญของ การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยง ![NIST Cybersecurity Framework](https://www.manageengine.com/images/nist-ban-crtve.svg) ## NIST Cybersecurity Framework คืออะไร? NIST Cybersecurity Framework (CSF) คือแนวทางและมาตรฐานแบบสมัครใจสำหรับจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity ทั้งในระดับองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยมีแนวทางที่ยืดหยุ่น ทำซ้ำได้ และคุ้มค่าในการ [จัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity](https://www.manageengine.com/glossary/what-is-cybersecurity.html?pos=NISTCybersecFramework) Framework นี้เริ่มต้นจากการเป็นระบบบริหารความเสี่ยงด้าน cybersecurity สำหรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมหลายแผนก และองค์กรทั่วโลก ![NIST Cybersecurity Framework Guide](https://www.manageengine.com/images/nist-guide-img.png) คู่มือจาก ManageEngine สำหรับการนำ NIST Cybersecurity Framework ไปใช้ ## ทำไมคุณจึงควรนำ NIST CSF ไปใช้? - ![Strengthen your cybersecurity posture](https://www.manageengine.com/images/nist-csf-icon1.svg) **ยกระดับ Security Posture ขององค์กร** ประเมิน security posture ปัจจุบันของคุณ และจัดลำดับความสำคัญของส่วนที่ควรปรับปรุง - ![Understand organizational risks](https://www.manageengine.com/images/nist-csf-icon2.svg) **เข้าใจความเสี่ยงขององค์กร** ประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นกลาง และวางแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ - ![Comply with global standards](https://www.manageengine.com/images/nist-csf-icon3.svg) **ทำ Compliance ตามมาตรฐานสากล** ทำ Compliance ตามมาตรฐานและข้อกำหนดระดับโลกอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย - ![Maximize your ROI](https://www.manageengine.com/images/nist-csf-icon4.svg) **เพิ่ม ROI ให้สูงสุด** โฟกัสที่องค์ประกอบสำคัญของการให้บริการ เพื่อให้กระบวนการนำไปใช้คุ้มค่ากับงบประมาณ - ![Communicate effectively](https://www.manageengine.com/images/nist-csf-icon7.svg) **สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ** ใช้ภาษากลางของ Framework เพื่อสื่อสารความเสี่ยงและข้อกำหนดด้าน cybersecurity กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย - ![Expand the scope of risk management](https://www.manageengine.com/images/nist-csf-icon6.svg) **ขยายขอบเขตการบริหารความเสี่ยง** มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และบริการจากพาร์ทเนอร์ของคุณสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ## องค์ประกอบของ Framework ### แกนหลักของ Framework แกนหลักของ Framework ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญด้านการจัดการความเสี่ยง ที่ช่วยให้องค์กรบรรลุผลลัพธ์ด้าน cybersecurity ที่สอดคล้องกับเป้าหมายและลำดับความสำคัญทางธุรกิจ Core ประกอบด้วย 6 ฟังก์ชัน ได้แก่ **govern, identify, protect, detect, respond และ recover** โดยมอบกลยุทธ์แบบองค์รวมในการทำความเข้าใจภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้น ลดผลกระทบ และฟื้นตัวโดยให้ธุรกิจหยุดชะงักน้อยที่สุด ฟังก์ชันเหล่านี้ไม่ได้ออกแบบให้เป็นลำดับขั้นแบบตายตัวเพื่อไปสู่สถานะที่ต้องการ แต่เป็นชุดของแนวทางที่สามารถดำเนินการพร้อมกันและต่อเนื่อง เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่รับมือกับความเสี่ยงด้าน cybersecurity ที่เกิดขึ้นใหม่ ### ระดับการนำ Framework ไปใช้ ระดับการนำไปใช้ช่วยให้องค์กรอธิบายได้ว่าโปรแกรมการจัดการ cybersecurity ของตนมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ระดับเหล่านี้ยังใช้เป็นเกณฑ์ภายในเพื่อสร้างมาตรฐานแนวทางด้าน cybersecurity ให้สอดคล้องกันทั้งองค์กรได้ ระดับเหล่านี้ไม่ใช่ระดับความก้าวหน้าแบบ maturity องค์กรควรขยับไปสู่ระดับที่สูงขึ้นเมื่อมีทรัพยากรและงบประมาณเพียงพอในการลดความเสี่ยงด้าน cybersecurity - **Tier 1: Partial** แนวทางการจัดการความเสี่ยงที่ไม่สม่ำเสมอและเป็นแบบ reactive โดยมีความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้าน cybersecurity อย่างจำกัด - **Tier 2: Risk informed** มีความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้าน cybersecurity อยู่บ้าง แต่ยังวางระบบโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงในระดับองค์กรได้อย่างจำกัด - **Tier 3: Repeatable** มีโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity ที่สม่ำเสมอทั่วทั้งองค์กร พร้อมกระบวนการตอบสนองตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ภัยคุกคาม - **Tier 4: Adaptive** มีระบบตอบสนองขั้นสูงที่สามารถปรับปรุงโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอ้างอิงจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาและตัวชี้วัดเชิงคาดการณ์ ### Framework Profile Framework Profile ช่วยให้องค์กรเข้าใจ security posture ปัจจุบันของตนตามผลลัพธ์ที่ระบุไว้ใน Framework หลังจากประเมินโปรไฟล์ปัจจุบันแล้ว องค์กรสามารถสร้างโปรไฟล์เป้าหมายได้โดยเลือกผลลัพธ์สำคัญภายใต้ฟังก์ชันของ Framework ตามเป้าหมายทางธุรกิจ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และทรัพยากรที่มี เมื่อสร้างโปรไฟล์ปัจจุบันและเปรียบเทียบกับโปรไฟล์เป้าหมาย องค์กรจะสามารถระบุโอกาสในการปรับปรุงโปรแกรม cybersecurity ได้ และสามารถวางแผนมาตรการปรับปรุง cybersecurity ตามลำดับความสำคัญและต้นทุนโดยประมาณของการแก้ไข ## ManageEngine ช่วยคุณนำ NIST CSF ไปใช้ได้อย่างไร แม้ว่า NIST CSF จะประกอบด้วยทั้งการควบคุมด้านเทคนิคและไม่ใช่ด้านเทคนิคสำหรับการจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity เราจะช่วยคุณนำส่วนที่เป็นด้านเทคนิคไปใช้ ### Govern ![Govern](https://www.manageengine.com/images/nist-govern.svg) #### บริบทขององค์กร ทำความเข้าใจและจัดการภารกิจของโปรแกรม cybersecurity ข้อกำหนดทางกฎหมาย และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย **ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร** - [Log360 และ Log360 Cloud](https://www.manageengine.com/th/log-management/?pos=NISTCybersecFramework) ทำให้การจัดการ Compliance ง่ายขึ้นด้วยเทมเพลตรายงานที่พร้อมสำหรับ Audit สำหรับ PCI DSS, HIPAA, FISMA, CCPA, GDPR และอื่นๆ #### กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยง กำหนดและสื่อสารลำดับความสำคัญ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และสมมติฐานขององค์กรในมุมของการจัดการความเสี่ยง #### บทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ กำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ด้าน cybersecurity เพื่อสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจนและทำให้กระบวนการมีประสิทธิภาพมากขึ้น **ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร** - [PAM360](https://www.manageengine.com/th/privileged-access-management/?pos=NISTCybersecFramework) เชื่อมโยงบทบาทกับผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ระดับสูง เพื่อบังคับใช้การควบคุมการเข้าถึงบน Endpoint ระยะไกล #### นโยบาย กำหนดและสื่อสารนโยบายสำหรับการจัดการ cybersecurity ขององค์กร #### การกำกับดูแล ทบทวนผลลัพธ์ของโปรแกรมการจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity และปรับกลยุทธ์เมื่อจำเป็น **ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร** - [Log360](https://www.manageengine.com/th/log-management/?pos=NISTCybersecFramework) ดู risk posture ของ AD และ Microsoft SQL Server ประเมินระดับความเสี่ยงเพื่อช่วยปรับกลยุทธ์ #### การจัดการความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ของ Supply Chain ระบุและกำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยงด้าน cybersecurity เพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ supply chain ของคุณ **ManageEngine ช่วยคุณได้อย่างไร** - [Log360](https://www.manageengine.com/th/log-management/?pos=NISTCybersecFramework) ตั้งค่า alert profile เพื่อรับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดชุดเหตุการณ์ที่บ่งชี้ถึงการโจมตี supply chain และทำ incident response แบบอัตโนมัติด้วย Workflow ที่กำหนดเอง --- > **หมายเหตุ:** > เนื้อหาในส่วน Identify, Protect, Detect, Respond และ Recover มีรายละเอียดโซลูชันจำนวนมากจาก ManageEngine สำหรับแต่ละหมวดหมู่ย่อย (เช่น AssetExplorer, Endpoint Central, DataSecurity Plus, AD360, Analytics Plus, Vulnerability Manager Plus, Firewall Analyzer, ServiceDesk Plus, Site24x7 StatusIQ, OpManager Nexus, NetFlow Analyzer, Application Control Plus, Network Configuration Manager และอื่นๆ) โดยแต่ละรายการอธิบายความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการสนับสนุนข้อกำหนดของ NIST CSF ในด้านเทคนิคอย่างละเอียดตามที่แสดงในหน้าเว็บต้นฉบับ ## ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การนำ NIST Cybersecurity Framework ไปใช้งานอย่างครบถ้วน จำเป็นต้องมีโซลูชัน กระบวนการ บุคลากร และเทคโนโลยีที่หลากหลาย โซลูชันที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นเพียงบางแนวทางที่เครื่องมือ IT management สามารถช่วยสนับสนุนการใช้งาน NIST Cybersecurity Framework ได้ เมื่อใช้ร่วมกับโซลูชัน กระบวนการ และบุคลากรที่เหมาะสมอื่นๆ โซลูชันของ ManageEngine จะช่วยให้องค์กรทำตาม NIST Cybersecurity Framework ได้ เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายสำหรับการนำ NIST Cybersecurity Framework ไปใช้งาน ManageEngine ไม่ให้การรับประกันใดๆ ไม่ว่าจะโดยชัดแจ้ง โดยนัย หรือโดยกฎหมาย เกี่ยวกับข้อมูลในเอกสารนี้