MSSP vs SIEM vs MDR โซลูชันไหนใช่สำหรับองค์กรคุณ

ในยุคดิจิตอลมุมมองเกี่ยวกับภัยไซเบอร์ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงโดยเปลี่ยนจากการโจมตีเชิงปริมาณ สู่การโจมตีแบบ “เจาะจงเป้าหมาย” ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ องค์กรจำนวนมากพบว่าเครื่องมือความปลอดภัยเดิม ๆ ไม่เพียงพอต่อการตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติที่เกิดขึ้นแบบ Real Time โดยเฉพาะเมื่อมีระบบ Cloud, SaaS, Remote Work และ OT เพิ่มเข้ามาในเครือข่าย จากผลสำรวจ Deloitte Cyber Risk Study ระบุว่า กว่า 60% ขององค์กรทั่วโลกไม่มี SOC ที่สามารถทำงานแบบ 24/7 ได้จริง และกว่า 39% ยอมรับว่าองค์กรไม่มีระบบ monitoring แบบ real-time ซึ่งทำให้เกิด “Blind Spots” จำนวนมากในเครือข่าย

ผลลัพธ์คือองค์กรจำนวนมากต้องเผชิญภัยไซเบอร์โดยไม่มีทีมที่พร้อมจะตรวจจับและป้องกันทันที เช่น เหตุการณ์จริงของบริษัทขนาดกลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2024 ที่ถูก Ransomware ผ่านการโจมตีจาก Compromised Credentials ทำให้ระบบ ERP ต้องหยุดชะงักนานเกือบ 10 ชั่วโมง ไม่ใช่เพราะเครื่องมือไม่ดี แต่เพราะไม่มีใคร monitor, analyze logs หรือ alert correlation ตลอดเวลา

นี่คือเหตุผลที่หลายองค์กรเริ่มมองหาแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยอย่าง SIEM, MSSP, และ MDR เพื่อช่วยปิดช่องโหว่สำคัญ ตั้งแต่การวิเคราะห์ Log, การตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ ไปจนถึงการตอบสนองเหตุการณ์แบบ 24/7 โดยไม่ต้องเพิ่มภาระให้ทีม IT ภายใน

SIEM, MSSP หรือ MDR คืออะไร? เข้าใจบทบาทและหน้าที่สำคัญของแต่ละโซลูชัน

ในโลกที่ภัยไซเบอร์ซับซ้อนขึ้นทุกวัน องค์กรจำนวนมากมักสับสนว่าควรเลือกใช้เครื่องมือหรือบริการด้านความปลอดภัยแบบใดระหว่าง SIEM, MSSP, และ MDR แม้ทั้งสามจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ “ปกป้ององค์กรจากภัยคุกคาม” แต่บทบาท วิธีทำงาน และระดับการมีส่วนร่วมกับทีม IT ภายในนั้นต่างกันมาก บทนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าแต่ละโซลูชันทำอะไร เน้นแก้อะไร และเหมาะกับองค์กรแบบไหน

SIEM 

SIEM หรือ Security Information and Event Management คือระบบที่ช่วยรวบรวมเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระบบไอทีขององค์กร ไม่ว่าจะมาจากแอปพลิเคชัน อุปกรณ์เครือข่าย เครื่องลูกข่ายหรือแพลตฟอร์ม Cloud แล้วนำทั้งหมดมาวิเคราะห์และจัดเรียงให้เราเห็นเป็นภาพเดียวกัน คล้ายการเอากล้องวงจรปิดหลายมุมมารวมเป็นหน้าจอเดียว ทำให้รู้ทันทีว่าจุดไหนกำลังมีเหตุการณ์ผิดปกติ

ในอดีต SIEM มักถูกใช้โดยองค์กรใหญ่ที่ทำงานกับข้อมูลจำนวนมาก แต่วันนี้ภัยไซเบอร์ไม่ได้ไล่ล่าบริษัทใหญ่เท่านั้น ธุรกิจเล็กๆ ที่ขายของออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มเดียว หรือบริษัท SME ที่ให้พนักงาน Remote เข้า ERP วันละไม่กี่ครั้ง ก็อาจตกเป็นเป้าหมายได้เหมือนกัน การมองข้ามสัญญาณเล็กๆ อย่าง “มีคนพยายามล็อกอินผิดซ้ำๆ” หรือ “ไฟล์เอกสารบางชุดถูกเข้าถึงนอกเวลางาน” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการโจมตีหลายครั้ง

สิ่งสำคัญของ SIEM คือมันไม่ได้แค่เก็บ Log แต่ “ตีความ Log” เช่น ถ้าคนเดียวเพิ่งล็อกอินเข้าระบบจากกรุงเทพ แต่ภายใน 5 นาทีมีการล็อกอินจากยุโรปในชื่อเดียวกัน ระบบจะตั้งข้อสงสัยให้ทันที หรือถ้าเซิร์ฟเวอร์เริ่มมีการเข้ารหัสไฟล์จำนวนมากโดยไม่ได้รับอนุญาต SIEM จะร้องเตือนก่อนที่มันจะกลายเป็นแรนซัมแวร์เต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ SIEM ยังถูกใช้เพื่อสร้างรายงานด้าน Compliance ที่บริษัทต่างๆ เคยยอมแพ้กับการรวบรวมข้อมูลเอง เช่น PDPA, ISO27001 หรือเอกสารตรวจสอบระบบไอทีสำหรับหน่วยงานภายนอก ก่อนหน้านี้การรวมหลักฐานเหล่านี้ต้องเปิดทีละระบบ ไล่ข้อมูลทีละจุด แต่ SIEM เปลี่ยนให้เป็นรายงานเดียวจบ พร้อมไทม์ไลน์ประกอบชัดเจน

สุดท้ายแล้ว SIEM ไม่ใช่แค่เครื่องมือไอที แต่เป็นเหมือน “ดวงตาที่จับจ้องระบบไอทีของเราแบบไม่หลับ” มันช่วยให้เรารู้ก่อนว่ามีอะไรผิดปกติ ช่วยให้แก้ไขทันก่อนเกิดปัญหาจริง และทำให้เรามั่นใจได้ว่าองค์กรไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อที่รอวันโดนโจมตี แต่เป็นองค์กรที่มองเห็น ควบคุม และคาดการณ์ได้ล่วงหน้าในโลกที่ความเสี่ยงเกิดขึ้นทุกวินาที

mssp คือ และ mssp vs siem

MSSP

MSSP หรือ Managed Security Service Provider มีจุดมุ่งเน้นในการเป็น “ผู้ช่วยดูแลระบบความปลอดภัยให้แบบครบวงจร” เปรียบเหมือนการมีทีมรักษาความปลอดภัยมืออาชีพคอยเฝ้าประตูให้แทน ตั้งแต่ตรวจจับความผิดปกติ เฝ้ามองความเสี่ยง ไปจนถึงประเมินเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับองค์กรที่ไม่มีทีม Security เป็นของตัวเอง หรือมองว่าการตั้งทีม SOC เต็มรูปแบบนั้นมีต้นทุนสูงเกินจำเป็น

บ่อยครั้งที่องค์กรไม่ได้ขาดเครื่องมือ แต่ “ขาดคนดูแลอย่างต่อเนื่อง” ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ระบบแจ้งเตือนพยายามเตือนตั้งแต่ตีสองว่าไฟร์วอลล์มี Traffic แปลก ๆ หรือมีคนพยายามล็อกอินผิดเป็นสิบครั้ง แต่ไม่มีใครตื่นขึ้นมาเปิด Dashboard ดังนั้น MSSP จึงเข้ามารับช่วงนี้แทน ด้วยการมอนิเตอร์ 24/7, วิเคราะห์ต้นเหตุ (Root Cause), ให้คำแนะนำเชิงป้องกัน และแจ้งเตือนแบบที่ทีมภายในไม่ต้องคอยเฝ้าหน้าจอเอง

ความสามารถของ MSSP ไม่ได้จำกัดเพียงการแจ้งเตือน แต่ยังดูแลอุปกรณ์และเครื่องมือด้าน Security ขององค์กร เช่น Firewall, IDS/IPS, VPN Gateway หรือแม้แต่ระบบ SIEM ที่ติดตั้งอยู่แล้ว รวมถึงทำรายงานเชิงบริหารรายเดือนเพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพ เช่น อัตราความเสี่ยงในองค์กร, เหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นบ่อย หรือช่องโหว่ที่ควรแก้ไขก่อนเป็นปัญหาจริง

ขั้นตอนการใช้งาน MSSP เริ่มจากการประเมินสภาพแวดล้อมขององค์กร ดึงข้อมูลเข้าแพลตฟอร์ม Monitoring ติดตั้งตัวเชื่อมต่อหรือ Agent ทำ Alert Rules ให้ตรงกับความเสี่ยงขององค์กร และกำหนด SLA การตอบสนอง เช่น แจ้งเตือนภายในกี่นาที หรือ Escalation ไปจนถึงระดับผู้บริหารเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง หลังจากระบบเริ่มทำงาน MSSP จะทำหน้าที่เหมือนทีม Security เสมือนจริง คอยส่งรายงาน แนะนำการแก้ไข และช่วยลดความกดดันให้ทีม IT ภายใน

สุดท้ายแล้ว MSSP คือวิธีที่องค์กรไม่ต้องลงทุนสร้างทีมรักษาความปลอดภัยขนาดใหญ่เอง แต่ยังคงมีผู้เชี่ยวชาญมองเห็นความเสี่ยงแทนในเวลาที่องค์กรหลับ สนับสนุนทีมภายในให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยไม่สูญเสียความปลอดภัยแม้ในช่วงเวลาที่ไม่มีใครอยู่ดูระบบ ซึ่งสำหรับหลายองค์กร นั่นคือสิ่งที่สร้างความอุ่นใจมากกว่าเครื่องมือราคาแพงเสียอีก

MDR

MDR หรือ Managed Detection & Response มุ่งเน้นไปที่ “การตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามขั้นสูงในเชิงลึก” โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลแบบใกล้ชิด ซึ่งเป็นจุดที่ต่างจากการมอนิเตอร์เหตุการณ์ทั่วไปของ MSSP MDR ไม่ได้ดูแค่ Log หรือการแจ้งเตือน แต่ลงลึกไปถึงพฤติกรรมของผู้ใช้, Endpoint แต่ละเครื่อง และบริบทของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น กิจกรรมที่เกิดขึ้นผิดเวลา การเข้าถึงข้อมูลเกินความจำเป็น และรูปแบบการโจมตีที่เริ่มจากช่องโหว่เล็กที่สุดในระบบ จุดเด่นของ MDR คือการทำ Threat Hunting แบบตั้งต้นก่อนที่จะมี Alert ชัดเจน เพื่อค้นหาความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในระบบแบบที่องค์กรเองอาจมองไม่เห็น

ความสามารถของ MDR ยกระดับจากระบบตรวจจับทั่วไป เช่น การใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยง, การจับพฤติกรรมที่ผิดปกติที่ไม่ได้อาศัย Signature แบบเดิม, การควบคุม EDR/XDR เพื่อหยุดการแพร่กระจายของการโจมตีแบบทันที รวมถึงการตอบสนองโดยอัตโนมัติ เช่นการ Isolate อุปกรณ์ที่ต้องสงสัยออกจากระบบก่อนที่จะลุกลาม และเมื่อพบเหตุรุนแรง ทีม MDR จะเป็นคนให้คำแนะนำหรือลงมือแก้ไขเบื้องต้น เช่น การจัดทำ Incident Timeline หรือการวิเคราะห์ Root Cause ให้ทีม IT เข้าใจชัดเจนว่าจุดเริ่มต้นของปัญหาอยู่ตรงไหน

การใช้งาน MDR เริ่มจากการ Deploy Agent หรือเชื่อมต่อกับระบบ EDR/XDR ที่องค์กรมีอยู่แล้ว จากนั้นผู้ให้บริการจะวาง Playbook การตอบสนอง เช่น ต้องทำอะไรทันทีเมื่อพบการยกระดับสิทธิ์ผิดปกติ หรือเมื่อเครื่องเริ่มมี Traffic ไปยังปลายทางที่ไม่คุ้นเคย หลังจากนั้นจะสร้าง Baseline พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อจับความเปลี่ยนแปลงที่เสี่ยง พร้อมทดสอบ Alert เพื่อให้มั่นใจว่าระบบทำงานจริง เมื่อระบบเริ่มทำงานเต็มรูปแบบ ทีม MDR จะเฝ้ามองพฤติกรรม, วิเคราะห์บริบทของเหตุการณ์, แจ้งเตือน, และตอบสนองตามที่ตกลงไว้

สุดท้าย MDR เปรียบเหมือนทีมแพทย์ฉุกเฉินที่ไม่ได้รอเคสเข้ามา แต่เดินตรวจสุขภาพผู้ป่วยทุกวัน เพื่อตรวจสัญญาณผิดปกติให้ได้ก่อนที่จะเกิดอาการหนักและต้องเข้า ICU—ถ้าองค์กรต้องการความมั่นใจแบบเดียวกันในโลกไซเบอร์ MDR คือสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้นอย่างแท้จริง

หรือสรุปให้เข้าใจง่ายๆได้ดังนี้

รายการเปรียบเทียบ

SIEM

MSSP

MDR

รูปแบบบริการ

เครื่องมือ (Tool)

บริการ Outsource

บริการตรวจจับ & ตอบสนองขั้นสูง

โฟกัสหลัก

การเก็บ Log + วิเคราะห์เหตุการณ์

Monitoring 24/7 + จัดการอุปกรณ์

Threat Hunting + Response

ความลึกของการตรวจจับ

ระดับพื้นฐาน-ปานกลาง (ขึ้นกับทีมในองค์กร)

ปานกลาง

ละเอียดมาก (Behavior + AI + Analytics)

ทีมที่ต้องมีภายในองค์กร

ต้องมี SOC/ทีม Security ในองค์กร

ไม่จำเป็น

ไม่จำเป็น (มีทีม MDR ให้)

ระยะเวลาการตอบสนอง (Incident Response)

ขึ้นกับทีมภายใน

แจ้งเตือน + แนะนำวิธีแก้ไข

ตอบสนองทันที เช่น Isolate Machine

ความสามารถในการทำ Threat Hunting

ขึ้นกับทีม

ไม่ค่อยมี

มีอย่างเต็มรูปแบบ

ต้นทุน

ลงทุนครั้งแรก + Maintenance

ค่าใช้บริการรายเดือน/ปี

สูงกว่า MSSP แต่ลึกกว่า

เหมาะกับใคร

องค์กรที่มีทีม Security, ต้องการ SOC ของตัวเอง

SMB/องค์กรที่ไม่มีทีม Security 24/7

องค์กรที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูง พร้อมตอบสนองไว

ข้อแตกต่างระหว่าง MSSP vs SIEM vs MDR และอันไหนเหมาะกับองค์กรของคุณมากที่สุด

หลังจากเข้าใจหลักการ ความสามารถ และการใช้งานเรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ส่วนนี้จะอธิบายความแตกต่างหลัก ๆ ของแต่ละโซลูชัน พร้อมเปรียบเทียบเป็นตารางแบบเข้าใจทันทีว่าโซลูชันใดเหมาะกับความต้องการขององค์กรมากที่สุดแต่ก่อนอื่นองค์กรต้องรู้ก่อนว่าองค์กรของเราเป็นองค์กรแบบไหน ต้องการอะไร โดยมีหลัก ๆ 4 อย่างดังนี้

ขนาดและความสามารถของ SOC ภายในบริษัท

องค์กรควรประเมินว่าทีม Security มีขนาดและทักษะเพียงพอหรือไม่ เพราะมีคุณสมบัติที่ต่างกันตามความแข็งแรงของทีม SOC หากเลือกได้ถูกต้องก็จะช่วยให้การทำงานตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพ

งบประมาณของบริษัท

งบประมาณคือปัจจัยสำคัญของการเลือกโซลูชันด้านความปลอดภัย เพราะราคาของแต่ละโซลูชันก็แตกต่างกันตามความสามารถและการบังคับใช้

ความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง

องค์กรต้องประเมินระดับความเสี่ยงที่เผชิญและพร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยง เช่น ปริมาณการโจมตี ความสำคัญของข้อมูล และความพร้อมในการตอบสนอง

ข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตาม

ธุรกิจที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำกับ เช่น PDPA, ISO27001 หรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเฉพาะ ควรเลือกเครื่องมือที่รองรับการบันทึก Log, Audit Trail และรายงานด้านความปลอดภัยอย่างครบถ้วน SIEM และ MSSP มักเหมาะที่สุดในกรณีนี้ เพราะสามารถจัดเก็บหลักฐานและจัดทำรายงานสำหรับการตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ

ประเภทองค์กร และ ความต้องการNext-Generation SIEMExperience AI-Powered SecuritySecurity Information & Event Management (SIEM)Managed Security Service Provider (MSSP)Managed Detection & Response (MDR)
องค์กรขนาดกลาง,ใหญ่ที่มีทีม SOC ภายใน

เหมาะมาก

ใช้สร้าง SOC ที่ทันสมัย, ลด False Positive และขยายการมอนิเตอร์

เหมาะมาก เพิ่มประสิทธิภาพการวิเคราะห์ให้ทีมที่มีอยู่

เหมาะ

ใช้เป็นศูนย์กลาง Log & Alert

ไม่จำเป็นมาก (มักมีทีมเอง)

เหมาะ

ใช้เสริมการตรวจจับเชิงลึกและ IR

องค์กรที่เพิ่งเริ่มสร้าง SOC / Security Team

เหมาะ

วางรากฐาน SOC ให้มี AI + Analytic

เหมาะใช้ชดเชยความเชี่ยวชาญที่ยังไม่มี

เหมาะ

เป็นฐาน Log Management

เหมาะมาก

ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วย Monitoring 24/7

เหมาะ

ลดภาระใน Incident Response

องค์กรที่ไม่มีทีม Security หรือทีมเล็กมาก

อาจไม่เหมาะถ้าไม่มีคนดูแล

เหมาะ ช่วยตรวจจับอัตโนมัติ

อาจไม่เหมาะหากไม่มีคนวิเคราะห์ Log

เหมาะที่สุด 
ให้บริการแบบ outsource

เหมาะ

ช่วยตรวจจับ + ตอบสนองภัยขั้นสูงแทนทีมภายใน

องค์กรที่ต้องการ “ลดภาระทีม IT”

เหมาะ ลดงาน Manual ด้วย Automation

เหมาะ

ให้ AI วิเคราะห์แทนคน

พอเหมาะ

แต่ยังต้องมีคนดูแล

เหมาะมาก

MSSP รับภาระแทนทั้งหมด

เหมาะ

เน้นตอบสนองไวโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรที่มีข้อมูลจำนวนมาก / ระบบซับซ้อน

เหมาะมาก SIEM รุ่นใหม่จัดการ Big Data ได้ดี

เหมาะ

ใช้ AI หา anomaly ในข้อมูลขนาดใหญ่

เหมาะ

จัดการ Log จากหลายระบบ

พอเหมาะ

แล้วแต่ขอบเขตบริการ MSSP

เหมาะ

วิเคราะห์เชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญ

ต้องการตรวจจับภัยคุกคามเชิงลึก เช่น Lateral Movement, Zero-Day

เหมาะ รองรับ UEBA และ SOAR

เหมาะมาก

AI ตรวจเจอพฤติกรรมผิดปกติ

พอใช้

แล้วแต่กฎที่ตั้งไว้

ไม่เด่น

ส่วนใหญ่เน้น Monitoring

เหมาะที่สุด

ทำ Threat Hunting ระดับลึก

ต้องการการตอบสนองเหตุการณ์แบบ Real-Time

พอเหมาะ  ผ่าน SOAR/automation

เหมาะ

ทำ Automated Response

พอใช้

ขึ้นกับทีมในองค์กร

ไม่ตอบสนองโดยตรง (แค่แจ้งเตือน)

เหมาะที่สุด

ทีม MDR isolate machine ได้ทันที

องค์กรที่เน้น Compliance (PDPA, ISO27001, HIPAA)

เหมาะมี Report + Audit trail

เหมาะ

AI แจ้งพฤติกรรมเสี่ยง

เหมาะมาก

จัดการ Log & Retention ได้ดีที่สุด

เหมาะ

MSSP ช่วยจัดทำรายงาน Compliance

เหมาะ

เสริมการตอบสนองความเสี่ยง

องค์กร SMB ที่มีงบจำกัด

อาจเกินความจำเป็น

เหมาะ

ลดต้นทุนการจ้างทีม

เหมาะระดับหนึ่ง

เหมาะมาก

มีแพ็กเกจรายเดือน

เหมาะ

แต่ค่าใช้บริการอาจสูงกว่า MSSP

องค์กรที่ถูกโจมตีบ่อย / เคยโดน Ransomware แล้ว

เหมาะ

เพิ่ม Visibility ทั้งระบบ

เหมาะ

AI จับพฤติกรรมผิดปกติได้ดี

พอใช้

แต่ต้องมีทีมวิเคราะห์

เหมาะ

MSSP คอยเฝ้าระวัง 24/7

เหมาะที่สุด

มีทีมผู้เชี่ยวชาญตอบสนองทันที

หรือให้สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ Next-Generation SIEM เหมาะกับองค์กรที่มีทีม Security อยู่แล้วและต้องการยกระดับ SOC ให้ทันสมัยด้วยการวิเคราะห์และ automation ขั้นสูง ส่วน AI-Powered Security เหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้ AI ช่วยลดภาระงานวิเคราะห์และแจ้งเตือนอัตโนมัติแบบ Real Time ขณะที่ SIEM มาตรฐาน เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเก็บ Log แบบศูนย์กลางและทำ Correlation สำหรับการตรวจจับเหตุการณ์และรองรับ Compliance หากองค์กรไม่มีทีม Security หรือมีทีมเล็กมาก MSSP คือทางเลือกที่เหมาะที่สุดเพราะผู้เชี่ยวชาญจะช่วย Monitor และดูแลระบบให้ ส่วน MDR เหมาะกับองค์กรที่ต้องการการตรวจจับเชิงลึกและการตอบสนองภัยแบบทันที โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยทำ Threat Hunting และ Incident Response ให้ครบวงจร
mssp มี alert and respond

สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะตัดสินใจใช้ SIEM, MSSP หรือ MDR สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีโซลูชันที่ ใช้งานได้จริง, ตอบโจทย์ระดับความเสี่ยงขององค์กร, และ สามารถเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณ และนี่คือเหตุผลที่องค์กรทั่วโลกกว่า 280,000 องค์กร ไว้วางใจ ManageEngine ในการดูแลความปลอดภัยทั้งระบบ เพราะ ManageEngine มีครบตั้งแต่ Next-Gen SIEM, ระบบวิเคราะห์ Log, AI-Powered Threat Detection, Identity Security ไปจนถึงโซลูชันสำหรับ MSSP และ MDR ที่พร้อมรองรับการใช้งานทั้งในองค์กรที่มีทีม Security อยู่แล้ว หรือองค์กรที่ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยภายในเลยก็สามารถเริ่มต้นได้ทันที หากองค์กรของคุณกำลังมองหาโซลูชันที่ทั้ง แข็งแรง ทันสมัย และคุ้มค่าที่สุด สำหรับโลกไซเบอร์ยุคใหม่ ลงทะเบียนเพื่อลองใช้เดโม่ฟรี 30 วันได้ที่นี่

สนใจอ่านเพิ่มเติม : https://www.manageengine.com/th/log-management/

References : 39% ขององค์กรไม่มีระบบ monitoring แบบ real-timeDeloitte Cyber Risk Study