SolarWinds ปรับค่าสัญญาสูงถึง 300% เปลี่ยนมาใช้ทางเลือกที่คุ้มกว่า

หากคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่ใช้งาน SolarWinds เตรียมรับมือกับข่าวใหญ่ในการย้ายระบบได้เลย เพราะตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2025 SolarWinds ได้บังคับใช้นโยบายแบบ Subscription-Only ระยะเวลา 3 ปีเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้องค์กรต้องเผชิญกับปัญหาลิขสิทธิ์หมดอายุ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด และการประเมิน Monitoring Stack ใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่โมดูล Orion อย่าง NPM, SAM, NCM และ NTA ไปจนถึง Observability Platform

ไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงรูปแบบลิขสิทธิ์ของ SolarWinds

จากข้อมูลของแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง รวมถึงการพูดคุยในชุมชน THWACK นี่คือภาพรวมของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น:

  • ปี 2022–2024: SolarWinds เริ่มนำเสนอลิขสิทธิ์แบบ Subscription ควบคู่กับ Perpetual license สำหรับบางโมดูล
  • วันที่ 16 เมษายน 2025: หลังการเข้าซื้อกิจการโดย Turn/River มีรายงานจากตลาดว่าค่าต่ออายุเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 300% และลูกค้าที่ใช้ Perpetual license ถูกผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้ลิขสิทธิ์แบบ Subscription หลายปี
  • หลังการเข้าซื้อกิจการในเดือนเมษายน: เอกสารผลิตภัณฑ์ฉบับใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของ Observability และโมดูลที่เดิมจำหน่ายภายใต้ Orion Platform เริ่มเน้นโครงสร้างแบบ Subscription-only และส่งสัญญาณว่า Perpetual license กำลังถูกยกเลิก

ผลลัพธ์คือ ลิขสิทธิ์แบบ Subscription ได้กลายเป็นมาตรฐานหลัก ไม่ว่าองค์กรของคุณจะใช้สถาปัตยกรรมเดิมหรือมีประวัติการซื้อแบบใดมาก่อนก็ตาม

ผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านไอทีและงบประมาณของคุณ

การเปลี่ยนจาก Perpetual license ไปสู่ลิขสิทธิ์แบบ Subscription ของ SolarWinds ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนรูปแบบการเรียกเก็บเงิน แต่ยังส่งผลต่อการวางแผนการขยายโครงสร้างพื้นฐาน การต่ออายุลิขสิทธิ์ และความต่อเนื่องในการดำเนินงานขององค์กร

1. ความเสี่ยงในการย้ายระบบสำหรับผู้ถือ Perpetual license ในปัจจุบัน:

เมื่อการสนับสนุนด้านการบำรุงรักษาสำหรับลูกค้าที่ใช้ Perpetual license สิ้นสุดลง องค์กรของคุณจะเหลือเพียง 2 ทางเลือก:

  • อัปเกรดสู่ HCO: HCO คือรูปแบบใหม่ที่รวมโมดูล Orion เดิม เช่น NPM, SAM, NCM, NTA และ IPAM เข้าไว้ในแพ็กเกจรวม โดยไม่สามารถเลือกใช้งานแยกโมดูลได้อีกต่อไป แต่ละระดับจะรวมหลายโมดูลเข้าด้วยกัน ทำให้องค์กรต้องตัดสินใจซื้อในระดับแพ็กเกจแทนการเลือกเฉพาะโมดูลที่ต้องการ ซึ่งลดความยืดหยุ่นสำหรับทีมที่ต้องการใช้งานเพียงบางฟีเจอร์
  • ใช้งาน Orion เดิมต่อโดยไม่มีการสนับสนุน: องค์กรสามารถใช้งานโมดูล Orion แบบ Perpetual license ต่อไปได้ แต่จะไม่ได้รับแพตช์อัปเดตหรือการสนับสนุนจากผู้ให้บริการหลังหมดระยะการบำรุงรักษาตามระยะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงอย่างมาก โดยเฉพาะในองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือการกำกับดูแลที่เข้มงวด

ไม่ว่าคุณจะเลือกทางใด คุณกำลังถูกบังคับให้ปรับโครงสร้างระบบภายใต้เงื่อนไขของผู้ให้บริการ

2. กฎใหม่ทำให้การใช้งานลิขสิทธิ์คาดการณ์ได้ยากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงกฎการใช้งานลิขสิทธิ์ล่าสุดของ SolarWinds เช่น การอัปเกรดไปยัง SolarWinds Platform 2025.1 ทำให้การใช้ลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นโดยไม่คาดคิด แม้จะเป็นเวิร์กโหลดเดิมที่มีอยู่แล้วก็ตาม

  • การเปิดใช้งานฟีเจอร์อย่าง WMI, การติดตามอุปกรณ์ผู้ใช้ (UDT) หรือคุณภาพประสบการณ์ผู้ใช้งาน (QoE) อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในรูปแบบ Node หรือ Element โดยอัตโนมัติ
  • เอกสารของ SolarWinds ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้ผู้ดูแลระบบไม่สามารถเพิ่ม Node ใหม่ระหว่างรอบการต่ออายุได้ เนื่องจากเกินขีดจำกัดของลิขสิทธิ์

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น:

  • หากไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเหล่านี้อาจสะสมอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบต่องบประมาณที่องค์กรวางแผนไว้แล้ว
  • ผู้ดูแลระบบจำเป็นต้องตรวจสอบการตั้งค่าระบบก่อนอัปเกรดทุกครั้ง มิฉะนั้น การเพิ่ม Activity ระหว่างการดำเนินงานอาจถูกบล็อกโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

3. การต่ออายุหรือแผนการขยายระบบในอนาคตอาจทำให้งบประมาณบานปลาย

การเปลี่ยนฮาร์ดแวร์หรือการขยายระบบบนคลาวด์อาจทำให้องค์กรถูกเลื่อนไปยังลิขสิทธิ์ที่สูงขึ้นโดยไม่คาดคิด ระหว่างการขยายระบบหรือการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ การใช้งานที่ไม่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิดอาจนำไปสู่ปัญหาข้อพิพาทด้านค่าใช้จ่ายหรือความไม่สอดคล้องด้านลิขสิทธิ์

  • ผลกระทบด้านต้นทุนจากการขยายระบบ: การเปลี่ยนไปใช้ลิขสิทธิ์แบบ Subscription มาพร้อมกับเกณฑ์การคำนวณ Node และ Element ที่ไม่ชัดเจน เมื่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ถูกรวมเป็นแพ็กเกจเดียว การขยับไปยัง Tier ที่สูงขึ้นอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายรายปีได้ตั้งแต่ 50% ถึง 100% ตัวอย่างเช่น การเพิ่ม Node เพียง 50 รายการ อาจทำให้ระบบถูกย้ายไปยัง Tier ถัดไป และสร้างค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลายพันดอลลาร์
  • ความเสี่ยงด้านค่าต่ออายุ: สำหรับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่เคยได้รับส่วนลดสูงในช่วงเริ่มต้นของลิขสิทธิ์แบบ Subscription ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุครั้งถัดไปอาจสูงเกินคาด เมื่อรวมกับการใช้งานที่ไม่ได้ติดตามอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้งบประมาณบานปลายและเกิดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ทำไม ManageEngine จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าและคุ้มค่ากว่า

1. เราให้ความสำคัญกับลูกค้า ไม่ใช่นักลงทุน

ManageEngine เป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจโดยไม่พึ่งพาเงินทุนจาก Venture Capital หรือแรงกดดันจากตลาดหุ้น ความเป็นอิสระนี้ช่วยให้เราสามารถวางกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์และราคาในระยะยาวได้ โดยไม่ต้องตอบสนองต่อแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นภายนอก

โครงสร้างของเราแตกต่างจากผู้ให้บริการอย่าง Passler PRTG หรือ SolarWinds ซึ่งมักเผชิญแรงกดดันด้านผลประกอบการรายไตรมาส ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านราคา และทิศทางผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว

2. รูปแบบลิขสิทธิ์ยืดหยุ่น: รองรับทั้งแบบ Perpetual, Subscription และไฮบริด

ManageEngine ยังคงรองรับทั้ง Perpetual license  และลิขสิทธิ์แบบ Subscription  เพื่อให้องค์กรสามารถเลือกแนวทางการลงทุนที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน CapEx หรือ OpEx ได้อย่างยืดหยุ่น

ตัวอย่างเช่น OpManager รองรับทั้งรูปแบบ Perpetual license และสมัครสมาชิกอย่างชัดเจน อีกทั้งลูกค้ายังสามารถปรึกษาทีมขายเพื่อออกแบบรูปแบบลิขสิทธิ์แบบไฮบริด โดยผสมผสานประเภทลิขสิทธิ์ตามโมดูลหรือสภาพแวดล้อมการใช้งานได้

3. คิดราคาตามโมดูลจริง โดยไม่บังคับซื้อแบบรวมเป็นแพ็กเกจเดียว

แตกต่างจากผู้ให้บริการที่ซ่อนฟังก์ชันการทำงานสำคัญไว้ภายใต้แพ็กเกจราคาสูง ManageEngine OpManager มาพร้อมรูปแบบลิขสิทธิ์ที่เรียบง่าย เข้าใจง่าย และเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน

โซลูชันนี้ทำหน้าที่เป็น Unified Observability ผ่านความสามารถด้าน Network Performance Monitoring ที่ผสานรวมไว้ในระบบ จากนั้นผู้ใช้งานสามารถขยายความสามารถเพิ่มเติมได้ผ่าน Add-on แบบ Plug-and-Play เช่น Application Performance Monitoring, Bandwidth Monitoring, Configuration Management และ Firewall Log Analyzer ซึ่งแต่ละโมดูลสามารถซื้อแยกได้และพร้อมใช้งานในรูปแบบโซลูชันเดี่ยวเช่นกัน

แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรจ่ายเฉพาะสิ่งที่ใช้งานจริง และหลีกเลี่ยงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการบังคับซื้อแพ็กเกจรวมที่ไม่จำเป็น

โซลูชันคลาวด์ของเราอย่าง Site24x7 ก็ใช้แนวคิดเดียวกัน โดยความสามารถด้านการมอนิเตอร์เว็บไซต์ Application Performance Management และ Infrastructure Monitoring ถูกออกแบบในรูปแบบโมดูล เพื่อให้ลูกค้าเลือกสมัครใช้งานเฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องการได้

สร้างระบบ Observability ที่มั่นคง เริ่มได้จากการตัดสินใจของคุณ

การบังคับใช้ลิขสิทธิ์แบบ Subscription ของ SolarWinds ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปแบบการขาย แต่ยังลดความเป็นเจ้าของ เพิ่ม Audit Risk และทำให้อำนาจการควบคุมตกอยู่ในมือของผู้ให้บริการมากขึ้น ซึ่งองค์กรของคุณไม่จำเป็นต้องยอมรับทางเลือกนั้น 

ManageEngine มอบโซลูชันด้าน Full-Stack Observability ที่มาพร้อมความยืดหยุ่นในการควบคุมโมดูล รูปแบบลิขสิทธิ์ที่คาดการณ์ได้ และไม่มีการบังคับเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์

อย่าสร้างระบบมอนิเตอร์ริ่งใหม่ภายใต้โรดแมปของผู้ให้บริการรายอื่น
สร้างระบบในแบบที่คุณต้องการ กับพาร์ทเนอร์ที่ยังคงมอบ “ทางเลือก” ให้กับองค์กรของคุณ เริ่มต้นใช้งาน ManageEngine ได้แล้ววันนี้!

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่ผ่านการตรวจสอบ และการพูดคุยในชุมชนผู้ใช้งาน ณ เวลาที่เผยแพร่ หากมีข้อมูลใดคลาดเคลื่อนหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อทีมงานของเราโดยตรง