Digital Trust คืออะไร สร้างอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

ในยุคที่ทุกองค์กรพึ่งพาเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่นในระบบดิจิทัลจึงไม่ใช่เรื่องทางเลือกอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลลูกค้า การทำธุรกรรมออนไลน์ หรือการทำงานผ่าน Cloud หากผู้ใช้งานไม่มั่นใจในความปลอดภัยและความโปร่งใส องค์กรก็อาจสูญเสียทั้งความเชื่อถือและโอกาสทางธุรกิจ

แนวคิดนี้เรียกว่า Digital Trust ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงการมีระบบ Cybersecurity ที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความถูกต้องของระบบ และความโปร่งใสในการดำเนินงาน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ดิจิทัล Trust คืออะไร มีองค์ประกอบใดบ้าง และองค์กรจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นนี้ได้อย่างไรในระยะยาว

Digital trust คืออะไร ช่วยองค์กรยังไง มีประโยชน์ต่อองค์กรอย่างไร

Digital Trust คืออะไร?

Digital Trust คือ ความเชื่อมั่นที่ผู้ใช้งานมีต่อองค์กรว่า ระบบดิจิทัล ข้อมูล และบริการออนไลน์ขององค์กรนั้นมีความปลอดภัย โปร่งใส และสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวได้อย่างเหมาะสม กล่าวง่าย ๆ คือ ความไว้วางใจที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้รู้สึกมั่นใจว่าองค์กรสามารถดูแลข้อมูลและธุรกรรมของตนได้โดยไม่เกิดความเสี่ยง

ความเชื่อมั่นทางดิจิทัลไม่ได้หมายถึงเพียงการติดตั้งระบบ Cybersecurity หรือ Firewall เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการข้อมูล (Data Management) การกำกับดูแลด้านความปลอดภัย (Security Governance) ความสอดคล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล และความโปร่งใสในการดำเนินงานทั้งหมดขององค์กร เมื่อองค์กรสามารถสร้างได้อย่างแข็งแรง จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ เพิ่มความภักดีของลูกค้า และได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว

องค์ประกอบของ Digital Trust

การสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลไม่ได้เกิดจากระบบใดระบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์จากหลายองค์ประกอบที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ดังนี้

ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security)

การปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต การโจมตีทางไซเบอร์ และการรั่วไหลของข้อมูล เป็นพื้นฐานสำคัญของ Digital Trust องค์กรต้องมีมาตรการป้องกัน เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง (Access Control) และการตรวจสอบเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน (Privacy Protection)

การเก็บ ใช้ และประมวลผลข้อมูลต้องโปร่งใสและสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น PDPA หรือ GDPR ผู้ใช้งานต้องทราบว่าข้อมูลของตนถูกนำไปใช้อย่างไร และสามารถควบคุมสิทธิ์ของตนได้

ความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูล (Data Integrity)

ข้อมูลต้องมีความถูกต้อง ไม่ถูกแก้ไขโดยมิชอบ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ หากข้อมูลผิดพลาดหรือถูกบิดเบือน ความเชื่อมั่นในระบบจะลดลงทันที

ความโปร่งใสและการกำกับดูแล (Transparency and Governance)

องค์กรต้องมีนโยบายและกระบวนการที่ชัดเจน สามารถอธิบายได้ว่าระบบทำงานอย่างไร มีการบริหารความเสี่ยงอย่างไร และมีการตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอ

ความพร้อมใช้งานของระบบ (System Reliability and Availability)

ระบบดิจิทัลต้องมีความเสถียร พร้อมใช้งาน และสามารถกู้คืนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หากระบบล่มบ่อยหรือใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้งานจะสูญเสียความไว้วางใจในทันที

ความสำคัญของ Digital Trust

ในโลกธุรกิจที่ทุกอย่างเชื่อมต่อผ่านระบบดิจิทัล ความไว้วางใจไม่ได้เกิดจากแบรนด์หรือการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความมั่นใจว่าข้อมูลและระบบขององค์กรมีความปลอดภัยและโปร่งใส หากองค์กรขาด Digital Trust ความเสี่ยงที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่การถูกโจมตีทางไซเบอร์ แต่รวมถึงการสูญเสียชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในระยะยาว

ความเชื่อมั่นทางดิจิทัลมีความสำคัญต่อองค์กรในหลายมิติ ทั้งด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า ความร่วมมือกับคู่ค้า และความเชื่อมั่นของพนักงาน เมื่อผู้ใช้งานมั่นใจว่าข้อมูลของตนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็จะเกิดความภักดีและการบอกต่อในเชิงบวก ในทางกลับกัน เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลเพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ดิจิทัล Trust ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคของ Cloud, AI และ IoT ที่องค์กรต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมาก หากไม่มีพื้นฐานของความเชื่อมั่น การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ก็อาจสร้างความกังวลมากกว่าความได้เปรียบ ดังนั้น การสร้างและรักษาความเชื่อมั่นทางดิจิทัล จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เทคโนโลยีที่ช่วยสร้าง Digital Trust

การสร้าง ความเชื่อมั่นไม่ได้อาศัยนโยบายหรือแนวคิดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนให้การบริหารความปลอดภัยและข้อมูลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้อย่างชัดเจน เทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นทางดิจิทัลมีดังนี้

ระบบบริหารจัดการความปลอดภัย (Cybersecurity Solutions)

โซลูชั่นด้าน Cybersecurity เช่น ระบบป้องกันภัยคุกคาม (Threat Detection), ระบบป้องกันมัลแวร์ และระบบบริหารจัดการเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย (SIEM) ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาสการรั่วไหลของข้อมูล และเสริมความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน

ระบบบริหารจัดการตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึง (Identity And Access Management: IAM)

IAM ช่วยควบคุมว่าใครสามารถเข้าถึงข้อมูลหรือระบบใดได้บ้าง ลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต และช่วยสร้าง Digital Trust ผ่านการกำหนดสิทธิ์อย่างเหมาะสมตามบทบาทของผู้ใช้งาน

การเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption)

การเข้ารหัสข้อมูลทั้งขณะจัดเก็บและขณะรับส่งข้อมูลเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยป้องกันการดักจับหรือการแก้ไขข้อมูลโดยมิชอบ เพิ่มความมั่นใจว่าข้อมูลจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

ระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล (Backup And Disaster Recovery)

การมีระบบสำรองข้อมูลและแผนกู้คืนระบบที่ชัดเจน ช่วยให้องค์กรสามารถกลับมาดำเนินงานได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ลดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าและคู่ค้า

ระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ปลายทาง (Endpoint Management)

ในยุคที่พนักงานทำงานจากหลายสถานที่ อุปกรณ์ปลายทางกลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ การบริหารจัดการอุปกรณ์และการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดช่องโหว่และเสริมความแข็งแกร่งในระดับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร

ความแตกต่างในการใช้ Digital Trust ในองค์กรหลายขนาด

การสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลอาจมีเป้าหมายเดียวกันคือการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและข้อมูล แต่แนวทางและระดับความซับซ้อนในการดำเนินงานจะแตกต่างกันไปตามขนาดขององค์กร ทั้งในด้านทรัพยากร งบประมาณ โครงสร้างระบบ และความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ

ขนาดเล็ก (Small Enterprise)

องค์กรขนาดเล็กมักมีทรัพยากรด้าน IT จำกัด และไม่มีทีม Cybersecurity โดยเฉพาะ ดังนั้นการสร้าง Digital Trust จะเน้นที่มาตรการพื้นฐานที่จำเป็น เช่น การใช้ระบบป้องกันมัลแวร์ การสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ การตั้งค่ารหัสผ่านที่รัดกุม และการใช้ Cloud Service ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในตัว

ความท้าทายสำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ให้พนักงาน เพราะความผิดพลาดจากบุคคลอาจเป็นช่องโหว่หลักขององค์กรขนาดเล็ก การวางรากฐานที่ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงและเสริมความน่าเชื่อถือได้อย่างยั่งยืน

ขนาดกลาง (Medium Enterprise)

องค์กรขนาดกลางมักมีระบบที่ซับซ้อนขึ้น มีหลายแผนกและมีข้อมูลลูกค้าในปริมาณมากขึ้น การสร้าง Digital Trust จึงต้องมีการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน เช่น การใช้ Identity And Access Management (IAM) การบริหารจัดการ Patch และการตรวจสอบ Log อย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ องค์กรขนาดกลางควรเริ่มวางโครงสร้างการกำกับดูแล และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต และรองรับการเติบโตของธุรกิจ

ขนาดใหญ่ (Large Enterprise) 

องค์กรขนาดใหญ่มีระบบ IT ที่กระจายหลายสาขา มีการเชื่อมต่อกับคู่ค้า และมีข้อมูลจำนวนมหาศาล ความเสี่ยงจึงสูงและซับซ้อนกว่า การสร้าง ความเชื่อมั่นทางดิจิทัลในระดับนี้ต้องอาศัยโซลูชั่นแบบรวมศูนย์ เช่น ระบบบริหารจัดการเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย (SIEM), ระบบบริหารจัดการตัวตนแบบรวมศูนย์ และระบบตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูง

นอกจากนี้ องค์กรขนาดใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูลด้านความปลอดภัย และการจัดการความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ เพราะเหตุการณ์ด้าน Cybersecurity เพียงครั้งเดียวอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงในระดับประเทศหรือระดับโลก

digital trust คืออะไร ทำไมองค์กรต้องมี digital trust

วิธีการสร้าง Digital Trust ในองค์กร

การสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลไม่ใช่โครงการระยะสั้น แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี นโยบาย และวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความโปร่งใส แนวทางสำคัญที่องค์กรควรดำเนินการมีดังนี้

1. กำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน

องค์กรควรมีนโยบายด้าน Information Security และ Data Protection ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ครอบคลุมการเข้าถึงข้อมูล การจัดเก็บ การสำรอง และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติ เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน

2. บริหารจัดการสิทธิ์การเข้าถึงอย่างเหมาะสม

ใช้หลักการ Least Privilege หรือการให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น พร้อมมีระบบ Identity And Access Management (IAM) เพื่อควบคุม ตรวจสอบ และยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน ลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

3. ลงทุนในระบบตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคาม

การมีระบบ Monitoring และ Threat Detection ที่สามารถแจ้งเตือนแบบ Real-Time จะช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับเหตุการณ์ด้าน Cybersecurity ได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อความเชื่อมั่น

4. สร้างวัฒนธรรมความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย

พนักงานทุกคนมีบทบาทสำคัญต่อความเชื่อมั่นทางดิจิทัล การจัดอบรมด้าน Cyber Awareness และการจำลองเหตุการณ์ Phishing จะช่วยลดความเสี่ยงจาก Human Error ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการรั่วไหลของข้อมูล

5. ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

องค์กรควรมีการทำ Risk Assessment และ Audit ด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาช่องโหว่และปรับปรุงมาตรการป้องกันให้ทันต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เมื่อองค์กรดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นทางดิจิทัลจะไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

Digital Trust และเทคโนโลยีในอนาคต

เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การสร้าง Digital Trust ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะระบบดิจิทัลในอนาคตจะมีความซับซ้อน เชื่อมต่อกันมากขึ้น และประมวลผลข้อมูลในระดับที่ลึกกว่าเดิม องค์กรจึงต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีใหม่ไม่ได้สร้างเพียงโอกาส แต่ยังสร้างความท้าทายด้านความเชื่อมั่นและความปลอดภัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ

Digital Trust และ AI

Artificial Intelligence (AI) มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล อัตโนมัติการทำงาน และตัดสินใจเชิงระบบ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้งานอาจตั้งคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความถูกต้องของผลลัพธ์จาก AI การสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลในบริบทของ AI จึงต้องเน้นเรื่อง Explainability ความสามารถในการอธิบายการตัดสินใจของระบบ และการกำกับดูแลด้านจริยธรรม (AI Governance)

Digital Trust และ Blockchain

Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความโปร่งใสและความถูกต้องของข้อมูลผ่านระบบ Distributed Ledger ข้อมูลที่บันทึกลงใน Blockchain ไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้โดยง่าย จึงช่วยเสริมความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมและการแลกเปลี่ยนข้อมูล อย่างไรก็ตาม องค์กรยังต้องพิจารณาด้านการกำกับดูแล ความเป็นส่วนตัว และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษา Digital Trust อย่างสมดุล

Digital Trust และ IoT

Internet Of Things (IoT) ทำให้อุปกรณ์จำนวนมากเชื่อมต่อกับเครือข่ายและส่งข้อมูลแบบ Real-Time แม้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ก็เพิ่มพื้นผิวการโจมตี (Attack Surface) อย่างมาก การสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลในระบบ IoT จึงต้องให้ความสำคัญกับการยืนยันตัวตนอุปกรณ์ การเข้ารหัสข้อมูล และการบริหารจัดการอุปกรณ์ปลายทางอย่างต่อเนื่อง

Digital Trust และ Quantum Computing

Quantum Computing เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการประมวลผลข้อมูลด้วยความเร็วที่สูงกว่าคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมหลายเท่า แม้ยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่มีผลกระทบโดยตรงต่อระบบการเข้ารหัสข้อมูลในปัจจุบัน องค์กรจึงต้องเตรียมความพร้อมด้าน Post-Quantum Cryptography เพื่อรักษา Digital Trust ในระยะยาว และรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการถอดรหัสขั้นสูงในอนาคต

ผลกระทบขององค์กรที่ไม่มี Digital Trust 

เมื่อองค์กรขาด Digital Trust ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านเทคนิค แต่ลุกลามไปถึงความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ชื่อเสียง และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ความไว้วางใจในโลกดิจิทัลเป็นสิ่งที่สร้างยาก แต่สูญเสียได้ง่าย

ประการแรกคือ การสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้าและคู่ค้า หากเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลหรือระบบถูกโจมตี ผู้ใช้งานอาจไม่มั่นใจในการใช้บริการอีกต่อไป และอาจย้ายไปยังคู่แข่งที่มีมาตรการความปลอดภัยชัดเจนกว่า ประการที่สองคือ ผลกระทบด้านกฎหมายและการเงิน การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูล เช่น PDPA หรือมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาจนำไปสู่ค่าปรับ การฟ้องร้อง และค่าใช้จ่ายในการกู้คืนระบบที่สูงกว่าการป้องกันหลายเท่า

นอกจากนี้ยังมี ผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งอาจส่งผลในวงกว้าง โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีฐานลูกค้าจำนวนมาก เหตุการณ์เพียงครั้งเดียวอาจถูกเผยแพร่ในวงกว้างและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในระดับประเทศหรือระดับสากล ในระยะยาว การไม่มีความเชื่อมั่นทางดิจิทัลจะทำให้องค์กรไม่สามารถนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพราะขาดพื้นฐานของความเชื่อมั่น ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจชะลอตัวและเสียโอกาสในการเติบโต

สรุป

Digital Trust คือรากฐานสำคัญขององค์กรในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องข้อมูล ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใส หรือความพร้อมใช้งานของระบบ ทุกองค์ประกอบล้วนส่งผลต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า คู่ค้า และพนักงานโดยตรง องค์กรที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัลได้อย่างเป็นระบบ จะมีความได้เปรียบทั้งในด้านภาพลักษณ์ ความยั่งยืน และการเติบโตในระยะยาว

ในทางกลับกัน การละเลยความเชื่อมั่นทางดิจิทัลอาจนำไปสู่ความเสียหายด้านชื่อเสียง การเงิน และโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น การมีโซลูชั่นที่ช่วยบริหารจัดการความปลอดภัยอย่างครอบคลุมจึงเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร

โซลูชั่นแนะนำเพื่อ Digital Trust ของคุณ

ManageEngine PAM360 เป็นโซลูชั่นสำหรับการบริหารจัดการสิทธิ์การเข้าถึงและรหัสผ่าน หรือ Privileged Access Management ที่ช่วยให้องค์กรควบคุมการเข้าถึงระบบและข้อมูลสำคัญได้อย่างเป็นระบบ ทั้งจากพนักงาน คู่ค้า และระบบ Third-Party โดยอัตโนมัติ

digital trust คืออะไร ทำไมองค์กรต้องมี digital trust

Pam360 ช่วยลดความเสี่ยงจากรหัสผ่านรั่วไหล หรือ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมบันทึกและตรวจสอบเหตุการณ์การใช้งานได้อย่างครบถ้วน เพื่อรองรับการ Audit เพื่อเสริม Digital Trust ให้กับทุกผู้ใช้งานภายในและภายนอกองค์กร ท่านสามารถทดลองใช้งาน ManageEngine PAM360 ได้ฟรี 30 วัน เพื่อประเมินประสิทธิภาพและยกระดับความเชื่อมั่นทางดิจิทัลให้กับระบบของคุณได้ที่นี่

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Linkedin : https://www.linkedin.com/company/manageenginethailand
Facebook: https://www.facebook.com/manageenginethailand