Malware คืออะไร ? ซอร์ฟแวร์อันตราย ศัตรูร้ายของทุกองค์กร

หากจะกล่าวถึงหนึ่งในซอร์ฟแวร์ที่สร้างความเสียหายให้กับทั้งระบบคอมพิวเตอร์ ให้กับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ มากที่สุด Malware คือหนึ่งในนั้น สำหรับใครที่สงสัยว่าทำไม Malware ถึงเป็นอันตรายที่อยู่คู่กับโลกของ IT มานาน วันนี้เรามาหาคำตอบกัน

malware virus trojan และ trojan win32

มัลแวร์ Malware คือ อะไร

Malware (มัลแวร์) ย่อมาจาก Malicious software ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหาย เจาะข้อมูล รวมไปถึงเข้าควบคุมระบบไอที โดยเหตุผลในการโจมตีนั้นประกอบนั้นมีหลากหลายสาเหตุ ทั้งเรียกค่าไถ่ ควบคุมระบบ ไปจนถึงทำไปเพราะความสนุกส่วนบุคคล 

มัลแวร์ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของมัลแวร์นั้นคล้าย ๆ กับโปรแกรมทั่วไป เพียงแต่ว่าจะมุ่งเน้นไปยังการสร้างความเสียหายให้กับระบบไอที โดยจะเริ่มจากการแฝงตัวเองเข้าไปในระบบด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ก่อนที่จะทำการฝังตัวในระบบและทำงานตามโปรแกรมที่ได้ติดตั้งไว้ ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

เข้าควบคุมอุปกรณ์ (Compromised / Infected)

สิ่งหนึ่งที่ทุกมัลแวร์มักจะมีลักษณะร่วมกันคือเรื่องของ การที่เข้าไปควบคุม Endpoint หรือเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ โดยเราเรียกอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์ คือ อุปกรณ์ที่ติดเชื่อหรือ Infected device

การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (Ransomware Attack)

Ransomware ถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีการยอดนิยมของการโจมตีจากมัลแวร์ คือ ที่จะไม่ได้เพียงแต่แฝงเข้าระบบเท่านั้น แต่ยังเข้าไปทำการล็อกหรือเข้ารหัสไฟล์สำคัญ ทำให้ผู้ที่ถูกโจมตีด้วยวิธีการนี้ต้องเสียค่าไถ่ในการปลดล็อคไฟล์

ผลกระทบต่อธุรกิจจากมัลแวร์ คืออะไร 

มัลแวร์ได้สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับธุรกิจ อย่างมากมาย ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทางตรงนั้นทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบไอที ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นความลับหรือมีความสำคัญ นอกจากนี้ในบางครั้งยังทำให้ระบบเกิดการล่มขึ้นมา ทำให้ต้องเสียเวลาและทรัพย์สินในทางอ้อมนั้น ทำให้บริษัทหรือหน่วยงานต่าง ๆ ต้องใช้งบประมาณในการปกป้องมัลแวร์ แทนที่จะนำเอางบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในภาคส่วนอื่น ๆ ที่มีความสำคัญ

มัลแวร์ มีกี่ประเภท

Malware นั้นที่พบเจอมักจะเรียกตามลักษณะการทำงาน โดยที่พบเจอส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยประเภทเหล่านี้ 

ไวรัส (Virus) Malware ยอดนิยม

เป็น Malware ประเภทหนึ่งที่มีความสามารถในการที่จะแบ่งแยกตัวเองได้ โดยจะแนบตัวเองเข้ากับไฟล์ หรือโปรแกรม และจะทำงานเมื่อมีการเปิดใช้งานสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น  ตัวอย่างของ Malware ประเภทนี้ได้แก่ Elk Cloner, Brain, Melissa

หนอน (Worm) Malware ที่สามารถแบ่งตัวได้

หนอน หรือ Worm คือ Malware ชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการที่จะแบ่งตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องมีผู้กระทำ โดยจะมีการแพร่กระจายผ่านระบบเครือข่ายของระบบอินเทอร์เน็ต 
ตัวอย่างของ Malware ประเภทนี้ได้แก่ ILOVEYOU, Mydoom,

โทรจัน (Trojan Horse) Malware ซ้อน Malware 

โทรจัน หรือหลาย ๆ ที่อาจจะเรียกว่าม้าโทรจัน เป็น Malware  ที่มีความสามารถในการที่จะเจาะเข้าระบบ และแฝง Malware ตัวอื่นเข้ามาในระบบได้ 
ตัวอย่างของ Malware คือประเภทนี้ได้แก่ Zeus, Emotet, TrickBot

แรนซัมแวร์ (Ransomware) Malware เรียกค่าไถ่ยอดนิยม

แรนซัมแวร์ (Ransomware) คือ Malware จะเจาะเข้าสุ่ระบบ เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วจะทำการเข้ารหัสไฟล์สำคัญ เพื่อที่จะเรียกค่าไถ่ นอกจากนี้ยังสามารถที่จะแพร่ตัวเองเข้าไปในได้อีกด้วย
ตัวอย่างของ Malware ประเภทนี้ได้แก่ WannaCry, LockBit, Conti

สปายแวร์ (Spyware)

สปายแวร์ นิยามสั้น ๆ คือ Malware ที่จะเจาะเข้ามาในระบบของเรา โดยจะทำการตรวจสอบ สอดแนว เพื่อชิงเอาข้อมูลสำคัญ ไปใช้ประโยชน์ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงอุปกรณ์อย่างกล้องหรือไมโคโฟนได้อีกด้วยตัวอย่างของ Malware ประเภทนี้ได้แก่ Pegasus, FinFisher

APT Malware มัลแวร์สุดแข็งแกร่ง

APT Malware  หรือ Advanced Persistent Threat Malware  เป็นมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อการโจมตีโดยเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะเป้าหมายทางรัฐบาล ไม่ได้เน้นโจมจีแบบกระจายวงกว้างแบบมัลแวร์ปกติ ส่วนใหญ่ผู้ที่ครอบครองมัลแวร์ คือแบบ APT จะเป็นกลุ่มก่อการร้ายหรือองค์กรอาชญากรรม เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรมากมาย ในการสร้าง Malware ชนิดนี้ขึ้นมา

Keyloggers ข้อมูลหลุดแบบไม่รู้ตัว

Keylogger คือหนึ่งในซอร์ฟแวร์หรืออุปกรณ์ ที่จะใช้ในการที่ดักจับสิ่งที่อุปกรณ์หรือ Device นั้นทำการพิมพ์ โดยจะทำการส่งข้อมูลไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของเหล่าผู้ไม่หวังดี โดยที่เราไม่รู้ตัวและไม่ได้รับคำยินยอมจากเรา

ข้อแนะนำในการป้องกันมัลแวร์มีอะไรบ้าง

สำหรับวิธีในการป้องกันมัลแวร์ ประกอบไปด้วยวิธีดังต่อไปนี้

อัปเดตโปรแกรมให้สม่ำเสมอ

การอัปเดตโปรแกรมให้สม่ำเสมอ สามารถช่วยป้องกันการเข้าถึงของมัลแวร์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะการอัปเดตระบบปฏิบัติการ

ติดตั้งระบบความปลอดภัย

ในบางครั้งการอัปเดตระบบปฏิบัติการอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอต่อการป้องกันมัลแวร์ ดังนั้นการติดตั้งอุปกรณ์เสริมจะสามารถที่จะช่วยในการป้องกันให้ดียิ่งขึ้น

ระมัดระวังการคลิกลิงก์

นอกจากการติดตั้งระบบความปลอดภัยและการอัปเดตโปรแกรมให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่สม่ำเสมอแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเรา เช่นการไม่กดลิงค์แปลก ๆ ในอีเมล การโหลดโปแกรมจากแหล่งที่ไม่เชื่อถือ เป็นต้น

การอำพรางระบบปฏิบัติการ (Digital Disguises)

บางครั้งการใช้วิธี Digital Disguises หรือ การอำพรางระบบปฏิบัติการ ก็สามารถป้องกันการโจมตีจากมัลแวร์ได้เช่นกัน โดยวิธีการนี้จะหลอกว่าเรากำลังใช้ระบบปฏิบัติการอื่นอยู่ ทำให้มัลแวร์ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ หรือไม่สามารถทำงานได้เลย เนื่องจากระบบที่เราใช้นั้น ไม่ตรงกับที่โปรแกรมในมัลแวร์วางไว้

โปรแกรมที่ใช้สแกนมัลแวร์ คืออะไร

โดยหากท่านใดสนใจโปรดักในการป้องกัน Malware ทาง ManageEngine เรามี Malware Protection Plus โปรดักที่มาพร้อมกับ Next gen Anti Virus พร้อมเปิดโอกาสให้คุณใช้งานได้ฟรี สูงสุดถึง 25 endpoint สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ในลิงก์นี้ หรือ https://www.manageengine.com/malware-protection/ 

คำถามที่พบบ่อย

มัลแวร์ คือ อะไร ถ้าพูดแบบง่ายๆ

คือซอร์ฟแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อแผงตัวและแพร่เข้าสู่เครือข่าย ด้วยวิธีการใดการหนึ่ง โดยมีจุดประสงค์ในการเอาขโมยข้อมูล ก่อกวนระบบ รวมไปถึงล็อกไฟล์ที่สำคัญเป็นต้น

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากมัลแวร์

คนที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์มีสองประเภทหลัก ๆ คือ 
กลุ่มคนที่ไม่ได้ทำการอัปเดตซอร์ฟแวร์ในการป้องกันมัลแวร์มาเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เวอร์ชั่นใหม่ ๆ 
กลุ่มคนที่ไม่รู้เท่าทันวิธีการของเหล่าผู้ไม่หวังดี ที่มักจะส่งมัลแวร์มาในช่องทางต่าง ๆ ที่เราไม่รู้ตัวเช่น อีเมล ไฟล์ หรือลิงค์ที่น่าสงสัย แล้วเผลอกดเปิดหรือติดตั้งโปรแกรมเข้าไป

ติดมัลแวร์ คืออะไร

ส่วนใหญ่เมื่อถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ ผู้ถูกโจมตีมักจะไม่รุ้ตัวว่าถูกโจมตีแล้ว แต่เราสามารถรับรู้ได้เบื้องต้นว่าอุปกรณ์ของเราติดมัลแวร์ เช่นอุปกรณ์ช้าลงกว่าปกติ มีเว็บไซต์หรือโปรแกรมแปลก ๆ ติดตั้งในเครื่องเป็นต้น

การโจมตีจากมัลแวร์เกิดขึ้นได้อย่างไร

เกิดขึ้นจากการที่มีบุคคลหรือระบบ ทำการเปิดลิงค์หรือซอร์ฟแวร์ ที่มีการแนบมัลแวร์เข้ามาในเครือข่าย จากนั้นโปรแกรมจะทำงานตามที่ถูกตั้งไว้จนสำเร็จเป้าหมาย

มัลแวร์ แก้ยังไง

เริ่มจากตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันทีเพื่อลดการแพร่กระจาย จากนั้นสแกนเครื่องด้วยโปรแกรมป้องกันมัลแวร์หรือแอนติไวรัสที่อัปเดตล่าสุด หากพบไฟล์ต้องสงสัยให้ลบหรือกักกัน (Quarantine) ออกจากระบบ ตรวจสอบโปรแกรมที่รันอยู่และลบสิ่งผิดปกติ พร้อมเปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมดหลังจากทำความสะอาดระบบเสร็จ และอย่าลืมอัปเดตระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อปิดช่องโหว่

หากเป็นระดับองค์กร ควรใช้เครื่องมือความปลอดภัยอย่าง ManageEngine ที่ช่วยสแกนช่องโหว่ อัปเดตแพตช์อัตโนมัติ ตรวจจับมัลแวร์จาก Log แบบ Real-time และช่วยให้ไอทีแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น ลดโอกาสเกิดความเสียหายซ้ำอีกในอนาค

ไวรัส กับ มัลแวร์ แตกต่างกันอย่างไร

มัลแวร์ (Malware)
คือ “ชื่อเรียกรวม” ของซอฟต์แวร์อันตรายทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไวรัส หนอน (Worm) โทรจัน (Trojan) แรนซัมแวร์ สปายแวร์ หรืออะไรก็ตามที่ถูกสร้างมาเพื่อทำร้ายระบบคอมพิวเตอร์ ขโมยข้อมูล หรือทำให้ระบบทำงานผิดปกติ

ไวรัส (Virus)
เป็น “หนึ่งในประเภทของมัลแวร์” จุดเด่นคือแพร่กระจายตัวเองจากไฟล์หนึ่งไปยังอีกไฟล์หนึ่ง ต้องอาศัยการกระทำของผู้ใช้ เช่น เปิดไฟล์ ติดตั้งโปรแกรม จึงจะเริ่มทำงาน คล้ายไวรัสทางชีวภาพที่ต้องอาศัยโฮสต์เพื่อแพร่เชื้อ

สรุปง่าย ๆ มัลแวร์ = กลุ่มใหญ่ รวมซอฟต์แวร์อันตรายทุกชนิด และ ไวรัส = สมาชิกหนึ่งในกลุ่มมัลแวร์ ที่เน้นแพร่กระจายผ่านไฟล์พูดง่าย ๆ คือไวรัสเป็นมัลแวร์ แต่มัลแวร์ไม่จำเป็นต้องเป็นไวรัส

สรุป Malware คือ อะไร

มัลแวร์ไม่ใช่แค่ภัยคุกคามเล็ก ๆ ในระบบไอทีอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาระดับองค์กรที่สามารถสร้างความเสียหายวงกว้างได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที จากคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว มัลแวร์สามารถแพร่เข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล และระบบงานหลักขององค์กร ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงัก การสูญเสียข้อมูล ความเสียหายทางธุรกิจ และบางครั้งอาจนำไปสู่การจ่ายค่าไถ่จำนวนมหาศาล หากองค์กรไม่เตรียมพร้อมหรือไม่มีระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ความเสียหายทางชื่อเสียงและความเชื่อมั่นก็อาจเกิดขึ้นตามมาได้เช่นกัน

นี่คือเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่จำเป็นต้อง “จริงจัง” กับการบริหารความปลอดภัยไอที ไม่ใช่แค่ติดตั้งแอนติไวรัสทั่วไป แต่ต้องมีระบบที่ช่วยตรวจจับ ป้องกัน วิเคราะห์ และตอบสนองต่อภัยคุกคามได้แบบ Proactive  ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญของ ManageEngine แพลตฟอร์ม IT management & security ระดับองค์กรที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

ManageEngine มาพร้อมโซลูชันด้านความปลอดภัยแบบครบวงจร เช่น

  • ระบบตรวจจับและวิเคราะห์ช่องโหว่ (Vulnerability Management)
  • ระบบบริหารแพตช์อัตโนมัติ (Patch Manager Plus)
  • ระบบควบคุมการเข้าถึงและยืนยันตัวตน (AD360 / ADSelfService Plus)
  • ระบบ SIEM ช่วยตรวจสอบ Log และแจ้งเตือนภัยคุกคามแบบ Real-time (Log360)
  • ระบบป้องกันมัลแวร์ (Malware Protection Plus)

ทั้งหมดนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากมัลแวร์และแรนซัมแวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้องค์กรรับมือกับภัยไซเบอร์ได้อย่างทันเวลาและมั่นใจมากขึ้น

ในยุคที่ภัยคุกคามรุนแรงขึ้นทุกปี การมีเครื่องมือที่ถูกต้องอย่าง ManageEngine คือความจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก
เพราะการป้องกันล่วงหน้าเพียงครั้งเดียว อาจประหยัดต้นทุนมหาศาลให้กับองค์กร ทั้งในด้านความปลอดภัย ข้อมูล ความเชื่อมั่น และความต่อเนื่องของธุรกิจ

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม

Linkedin : https://www.linkedin.com/company/manageenginethailand/

facebook : https://www.facebook.com/manageenginethailand