Phishing คืออะไร องค์กรสามารถป้องกันได้อย่างไร

Phishing คืออะไร

ฟิชชิ่ง(phishing) คือ การอาชญากรรมทางไซเบอร์รูปแบบนึง ที่มิจฉาชีพจะปลอมตัวเป็นบุคคลหรือองก์กรที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือ ศูนย์ราชการ เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญอย่าง รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร แล้วนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Phishing ทำงานยังไง

ฟิชชิ่งใช้หลักการทางจิตวิทยาและศิลปะการพูดในการโน้มน้าวและหลอกล่อให้เหยื่อสมัครใจในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของตนเอง โดยมีขั้นตอนหลักๆอยู่ 5 ขั้นตอน

  1. การเตรียมเหยื่อ 
    สร้างสิ่งล่อใจเพื่อให้เหยื่อกดเข้าลิงค์ด้วยข้อความเร่ง เช่น อีเมลปลอมจากธนาคารพร้อมข้อความ “บัญชีคุณจะถูกล้อค กรุณายืนยันภายใน 10 นาที!!” หรือ “นาทีทอง 5 นาทีสุดท้าย คลิ้กด่วน”
  2. สร้างช่องทางหลอก
    เมื่อเหยื่อคลิ้กลิงค์ ระบบจะพาไปยังเว็บไซต์ปลอมที่หน้าตาเหมือนเว็บไซต์จริงแทบจะ 100% ไม่ว่าจะเป็นสี ฟ้อนต์ หรือ โลโก้ โดยส่วนมากมักจะพาไปหน้า login ไม่ก็ ลงทะเบียนเพื่อให้เหยื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว
  3. เก็บข้อมูล
    เมื่อเหยื่อกรอกข้อมูลอย่าง email, password หรือ เลขบัตรประชาชนเรียบร้อยแล้วข้อมูลเหล่านั้นจะถูกเก็บ ในคลังข้อมูลของมิจฉาชีพ
  4. นำไปใช้
    หลังจากได้ข้อมูลแล้วมิจฉาชีพพวกนี้สามารถนำข้อมูลของเหยื่อไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็น การเข้าแอปธนาคาร, การเข้าสู่ระบบ social media หรือ แม้แต่ขายใน dark web
  5. ขยายผล
    และในหลายๆกรณีมิจฉาชีพมักจะใช้บัญชีของเหยื่อเหล่านั้นในการส่งลิ้งค์ปลอมไปยังเพื่อนหรือผู้ติดต่อ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับลิงค์

ทำความรู้จักประเภทของ phishing

  • สเปียร์ฟิชชิ่ง (Spear Phishing)
    เป็นการโจมตีแบบเจาะจงบุคคลหรือองค์กรใดองค์กรนึง ผู้โจตีจะศึกษาข้อมูลของบุคคลหรือองค์กรมาก่อนเพื่อให้อีเมลมีความน่าเชื่อถือ โดย phishing รูปแบบนี้มักถูกใช้ในองค์กรเพื่อมีโอกาศสำเร็จสูง
  • วาฬลิง (Whaling)
    การโจมตีที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารอย่าง ceo หรือ cfo เพราะบุคคลเหล่านี้มักจะถือข้อมูลที่มีความสำคัญสูงและมีสิทธิในการอนุมัติธุรกรรมต่างๆได้ โดยคำว่า whale ที่แปลว่า วาฬ เป็นการเปรียบเทียบกับเหยื่อที่มีข้อมูลมูลค่าสูง
  • โคลนฟิชชิ่ง (Clone Phishing)
    ฟิชชิ่งรูปแบบนี้ มิจฉาชีพจะคัดลอกอีเมลจริงที่เคยส่ง มาเปลี่ยนลิงค์หรือไฟล์แนบให้เป็ยของปลอมเพื่อให้มีความน่าเชื่อ
  • โทรศัพท์และข้อความฟิชชิ่ง (Vishing & Smishing)
  • การโจมตีผ่านโทรศัพท์ (vishing) คือการที่มิจฉาชีพโทรหาเหยื่อโดยปลอมตัวว่ามาจากหน่อยงานรัฐหรือองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือแล้วหลอกให้เหยื่อโอนเงิน หรือ ให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น บัญชีของคุณถูกล็อก กรุณาบอกเลขบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบ
  • การโจมตีผ่าน sms (smishing) คือส่ง sms พร้อมแนบลิงค์ เช่น พัสดุของคุณติดค้าง คลิกลิ้งเพื่อตรวจสอบ
  • ฟาร์มมิง (Pharming)
    ฟาร์มมิ่งคือการที่ผู้ใช้พิมพ์ URL ที่ถูกต้องแต่ยังถูกเปลี่ยเส้นทางไปยังเว็บไซต์ที่มิจฉาชีพตั้งไว้ การโจมตีรูปแบบนี้อันตรายที่สุดเพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องคลิกลิงก์ใด ๆ ก็สามารถถูกหลอกได้โดยไม่รู้ตัว
  • 419/Nigerian Scams ( Advance-fee fraud)
    เป็นฟิชชิ่งแบบส่งข้อความขอความช่วยเหลือเพื่อแลกเงินเป็นจำนวนมาก เช่น “ฉันคือเจ้าชายจากประเทศ x ฉันต้องการเงิน 10 ล้านเพื่อออกนอกประเทศ ช่วยเหลือฉันหน่อยแค่ 100 ก็ยังดี” โดยเหยื่อมักจะโดนหลอกจากแค่ค่าธรรมเนียมก่อน แต่ไม่ได้อะไรกลับมา
  • โซเชียลมีเดียฟิชชิ่ง (Social Media Phishing)
  • ฟิชชิ่งผ่านแพลตฟอร์ม social media เช่น Facebook Instagram หรือ Line โดยมิจฉาชีพจะส่งลิงก์ให้เหยื่อโดยอ้างว่าเป็นเพื่อนหรือแบรนด์ชื่อดัง
  • อีเมลแจ้งรางวัล (Prize or Lottery Phishing)
    เป็นการหลอกว่าเหยื่อได้รับรางวัลและต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อรับรางวัลเหล่านั้น เช่น ยินดีด้วยคุณเป็นผู้โชคดีได้รับ iphone 17 pro max โปรดลงทะเบียนเพื่อรับรางวัล

วิธีแก้ปัญหาเมื่อโดน phishing

หากตกเป็นเหยื่อฟิชชิ่งแล้ว ไม่ต้องกังวลสิ่งแรกที่คุณต้องทำคือตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. เปลี่ยนรหัสผ่านทันที โดยรหัสผ่านไม่ควรคล้ายรหัสเดิมและทำให้เป็น Two-Factor Authentication (2FA) เพื่อเพิ่มควมปลอดภัย
2. ติดต่อธนาคารเพื่อระงับบัตรหรือตรวจสอบรายการธุรกรรมทันที
3. ตรวจสอบไวรัสและป้องกันมัลแวร์ของอุปกรณ์โดยการติดตั้งแอปพลิเคชั่นเพื่อตรวจสอบ
4. ตรวจสอบทุกๆบัญชีที่อาจเชื่อมโยง
5.แจ้งเหตุต่อศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (CCIB)
6.เมื่อจัดการครบทุกอย่างแล้วลบอีเมลกรือข้อความฟิชชิ่งเหล่านั้นทันที

วิธีป้องกัน phishing

สิ่งที่เราควรทำที่สุดคือ ป้องกันไว้ก่อนแก้ โดยผู้ใช้ควรระมัดระวังในการใช้งานอินเตอเน็ตในทุกๆวัน อย่างแรกผู้ใช้ต้องตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็นเซ้บไซต์จริงโดยเว็บไซต์จริงจะจ้องเริ่มต้นด้วย http:// และชื่อ domain ต้องตรงกับชื่อองค์กรที่อ้างถึงเสมอ หากได้อีเมลที่แนบลิงค์แบบไม่น่าไว้ใจหรือไม่มั่นใจต้องหลีกเลี่ยงการคลิงก์ทันที เพราะลิงก์เหล่านั้นอาาจะนำผู้ใช้ไปสู้เว็บปลอมได้ การเปิดระบบยืนยันตัวตนสองชั้น หรือ Two-Factor Authentication (2FA) ถือเป็น 1 ในวิธีนการป้องกันฟิชชิ่งที่สำคัญเพราะถึงแม้มิจฉาชีพจะได้รหัสผ่านมาแต่ก็ไม่สามารถนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไปได้ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังควรตรวจสอบระบบปฎิบัติการและระบบแอนตี้ไวรัสอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันช่องโหว่ในการโจมตีของมิจฉาชีพ และที่สำคัญผู้ใช้ควรแยก phishing email และ Authentic Email ให้เป็นเพราะเป็นใจความสำคัญในการ phishing ของมิจฉาชีพ โดยวิธีแยกมีดังต่อไปนี้

  • ชื่อผู้ส่ง : ต้องเป็นอีเมลจริงหรือโดเมนจริงจากบริษัท หรือสามารถเช็คได้ว่า reply to ตรงกับ from เพราะถ้ารีไพล์ไปเมลส่วนตัวจะทำให้ดูมีความเสี่ยงเป็น phishing email
  • โทนภาษา : ถ้าภาษามีความรีบเร่ง เกินจริง สะกดผิด ขอข้อมูลการเงิน หรือ ส่วนตัว แปลว่า email นี้ เสี่ยงเป็น phishing mail
  • ตรวจลิงค์ก่อนกด : สังเกตุว่าโดเมนหลักจะต้องอยู่หลังสุดและอยู่ก่อน  “ / ” ตัวห้านหลัง นอกจากนี้ยังต้องสังเกตุ URL สั้นหรือย่อ
  • ไฟล์แนบหรือรูปแนบว่าน่าไว้ใจหรือไม่ : ถ้าเป็นไฟล์ .exe, .scr, .bat, .js, .jar, .msi หรือ ไฟล์แบบอัดแบบ zip และ rar จะทำให้มีโอกาสเป็น phishing mail
  • เช็คโลโก้ หรือ องค์ประกอบของแบรนด์ : เช็คโลโก้ องค์ประกอบ สี ฟ้อน ของแบรนด์ว่ามีความผิดเพี้ยนหรือไม่เพราะถ้าเป็น phishing email องค์ประกอบของแบรนด์ต่างๆมีโอกาสผิดเพี้ยนphishing

สรุป: ป้องกัน Phishing ต้องมากกว่าอบรมพนักงาน แต่ต้องมี Log360 คอยเฝ้าระวัง 24/7

Phishing คือการโจมตีที่ใช้ “ความไว้วางใจของมนุษย์” เป็นอาวุธ ทำให้ไม่มีองค์กรใดปลอดภัย 100% จากการคลิกลิงก์เพียงครั้งเดียว
แต่ด้วย ManageEngine Log360 ที่ตรวจจับ วิเคราะห์ และหยุดภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจาก Phishing ได้อย่างมหาศาลและปกป้องข้อมูลธุรกิจสำคัญไว้ได้อย่างมั่นใจ

Phishing คือรูปแบบการโจมตีทางไซเบอร์ที่ผู้ไม่หวังดีพยายาม “หลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลสำคัญ” เช่น รหัสผ่าน เลขบัตรเครดิต OTP หรือเข้าควบคุมระบบองค์กร ผ่านอีเมลปลอม เว็บไซต์ปลอม หรือข้อความที่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดว่าเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือแม้แต่ฝ่ายไอทีขององค์กรเอง

จุดอันตรายของ Phishing คือ “ไม่ต้องแฮกระบบ” — แค่หลอกมนุษย์ให้คลิกเพียงครั้งเดียว ก็สามารถเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าถึงระบบทั้งหมดได้ทันที
นี่คือเหตุผลที่ Phishing กลายเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของข้อมูลรั่วไหลและ Ransomware ในหลายองค์กรทั่วโลก

แล้ว Log360 ช่วยองค์กรป้องกัน Phishing ได้อย่างไร?

protect phishing with log360

แม้จะให้พนักงานระวังอย่างไร มนุษย์ก็ยังพลาดได้อยู่ดี สิ่งที่องค์กรต้องมีคือเครื่องมือที่สามารถ “ตรวจจับและตอบสนองเหตุผิดปกติได้ทันที” — นั่นคือจุดที่ ManageEngine Log360 โดดเด่นกว่าโซลูชันทั่วไป

1. ตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติจากการโจมตี Phishing ได้แบบเรียลไทม์

เมื่อพนักงานเผลอคลิกลิงก์ปลอมและเริ่มมีกิจกรรมผิดปกติ เช่น

  • ล็อกอินจากประเทศที่ไม่เคยใช้งาน
  • พยายามเข้าถึงข้อมูลจำนวนมาก
  • พยายามยกระดับสิทธิ์ : Log360 จะส่งแจ้งเตือนทันที ก่อนเกิดความเสียหายใหญ่

2. วิเคราะห์เหตุการณ์เชิงลึก ด้วย Log + UEBA ในแพลตฟอร์มเดียว

Log360 ผสานข้อมูลจาก AD, Endpoint, Firewall, Email Server และ Application เพื่อหาความผิดปกติที่บ่งบอกถึง Phishing เช่น

  • ล็อกอินล้มเหลวซ้ำ ๆ
  • ล็อกอินสำเร็จจาก IP แปลก
  • การเข้าถึงไฟล์จำนวนมากผิดปกติ
  • การสร้าง Account ใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต

3. บล็อกการลุกลามของการโจมตีแบบอัตโนมัติ

Log360 สามารถตั้ง Automated Response เช่น

  • บล็อก IP
  • Disable User Account
  • Force Logout
  • แจ้ง Security Team ทันที

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอัตโนมัติ แม้ผู้ดูแลระบบยังไม่เปิดคอม!

4. สร้างรายงานด้านความปลอดภัยครบชุด ช่วยผ่าน Audit / Compliance ได้ง่าย

รองรับ ISO 27001, GDPR, HIPAA, PCI-DSS และอื่น ๆ