การปฏิบัติตามข้อกำหนด CIS
ตรวจสอบให้เครือข่ายสอดคล้องตามมาตรฐาน CIS Benchmark ได้อย่างง่ายดายโดยใช้ Network Configuration Manager
การปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการกำกับดูแลในอุตสาหกรรมเครือข่าย โดยเฉพาะนโยบายมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับอุตสาหกรรม ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนโยบายเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของคุณจากภัยคุกคามภายนอกที่เกิดจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัย หนึ่งในนโยบายการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่สำคัญคือ CIS Benchmark ซึ่งในหน้านี้เราจะกล่าวถึงรายละเอียดในประเด็นต่อไปนี้
CIS Benchmark คืออะไร
CIS (Center for Internet Security) Benchmark คือแนวทางการตั้งค่าความปลอดภัยที่ครอบคลุมและไม่ยึดติดกับผู้ผลิต (Vendor Agnostic) ซึ่งพัฒนาโดยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก แนวทางเหล่านี้ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ (Prescriptive Recommendations) สำหรับการตั้งค่าระบบ IT ให้ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ เซิร์ฟเวอร์ สภาพแวดล้อมคลาวด์ หรืออุปกรณ์เครือข่าย การปฏิบัติตาม CIS Benchmark ช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง “ค่าเริ่มต้นความปลอดภัย” (Secure Baseline Configuration) สำหรับระบบของตน ลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ และเสริมความแข็งแกร่งโดยรวมให้กับระบบรักษาความปลอดภัยขององค์กร
ทำไมการปฏิบัติตามมาตรฐาน CIS Benchmark จึงมีความสำคัญ
การปฏิบัติตามมาตรฐาน มีประโยชน์กับโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายทุกประเภท แต่จะยิ่งมีความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีการเพิ่มอุปกรณ์ใหม่จากผู้ผลิตและรุ่นที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง
ในสถานการณ์ลักษณะนี้ หากพึ่งพาการตั้งค่าด้วยวิธีแมนนวล มักทำให้ต้องใช้ค่ากำหนดเริ่มต้น (Default Configuration) กับอุปกรณ์ใหม่ ซึ่งอาจสะดวกแต่ไม่ปลอดภัย ผู้ดูแลระบบอาจไม่สามารถตรวจสอบและควบคุมการตั้งค่าของอุปกรณ์แต่ละเครื่องได้อย่างทั่วถึง ส่งผลให้การรักษา มาตรฐานการตั้งค่าพื้นฐานให้สม่ำเสมอทำได้ยาก นอกจากนี้ วิธี Config แบบแมนนวลยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งค่าที่ไม่เหมาะสม และเปิดช่องให้เกิดภัยคุกคามจากภายนอก เช่น การถูกแฮ็ก ค่าปรับทางกฎหมาย และความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กร
เครื่องมือสำหรับการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐาน CIS Benchmark ถือเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามมาตรฐานเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์และผู้ใช้ที่หลากหลาย เนื่องจากการตรวจสอบอุปกรณ์แต่ละเครื่องแบบแมนนวลให้สอดคล้องกับเกณฑ์ CIS Benchmark ที่มีรายละเอียดมากกว่า 800 หน้า และมีคำแนะนำกว่า 300 ข้อ ดังนั้นมันแทบจะเป็นไปไม่ได้หากไม่ใช้เครื่องมือในการช่วยตรวจเช็ค.
ความท้าทายในการบริหารจัดการการปฏิบัติตามมาตรฐาน CIS Benchmark ด้วยวิธีแบบแมนนวล
การประเมินและบังคับใช้มาตรฐาน CIS Benchmark ด้วยตนเองในสภาพแวดล้อมทาง IT ที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเป็นงานที่ท้าทายอย่างมาก ความท้าทายที่พบได้บ่อย ได้แก่:
ตรวจสอบทุกอุปกรณ์อย่างละเอียด
CIS Benchmark หนึ่งรายการมักจะมีการตรวจสอบด้านความปลอดภัยจำนวนมาก เช่น การตั้งค่านโยบายรหัสผ่าน การปิดบริการที่ไม่จำเป็น และการเปิดใช้การเข้ารหัส ซึ่งจะต้องตรวจสอบตามรุ่นของอุปกรณ์และ เวอร์ชันของเฟิร์มแวร์ โดยเฉพาะ ถ้าไม่มีระบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลจะต้องเสียเวลาไปกับการตรวจทีละบรรทัดเป็นชั่วโมง
การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในเครือข่าย
ในระบบเครือข่ายยุคปัจจุบัน อุปกรณ์ต่าง ๆ มักถูกเพิ่ม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนใหม่อยู่เสมอ การเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งอาจส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนจากการตั้งค่ามาตรฐานที่ปลอดภัย การติดตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วยตนเองอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการพลาดการตั้งค่าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
การมองเห็นสถานะการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างจำกัด
หากไม่มีระบบ รายงานแบบรวมศูนย์ ทีมงานจะไม่สามารถรู้ได้ชัดเจนว่าอุปกรณ์ใดสอดคล้องกับมาตรฐาน และอุปกรณ์ใดไม่ผ่าน ซึ่งทำให้ยากต่อการจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข และยิ่งยากขึ้นเมื่อต้องเตรียมเอกสารแสดงความสอดคล้องสำหรับการตรวจสอบ
มีโอกาสสูงที่จะเกิดการตั้งค่าผิดพลาด
กระบวนการทำงานแบบแมนนวลต้องอาศัยความแม่นยำของคน ซึ่งมักเกิดความผิดพลาดหรือการมองข้ามได้ง่าย กฎเพียงข้อเดียวที่ถูกละเลยอาจทำให้ระบบเปิดช่องเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากช่องโหว่ที่มีอยู่แล้วได้
เสียทั้งเวลาและงบประมาณ
การตรวจสอบระบบด้วยวิธีแมนนวลไม่เพียงแค่เสียเวลาทีม IT อย่างมาก แต่ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีต้นทุนสูง และถึงแม้จะลงทุนมากก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะคงสภาพความปลอดภัยได้ตลอดเวลา
นี่คือจุดที่ ManageEngine Network Configuration Manager เข้ามามีบทบาทสำคัญ ในฐานะเครื่องมือที่ช่วยจัดการตามเกณฑ์ CIS Benchmark เครื่องมือนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการการเปลี่ยนแปลงในเครือข่ายและตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างครบถ้วน เหมาะกับเครือข่ายที่ซับซ้อนและขยายตลอดเวลา ช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการตั้งค่าแบบแมนนวล ช่วยให้ระบบสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และรองรับ CIS Benchmark อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการตรวจสอบอุปกรณ์เป็นประจำ ตรวจจับความผิดปกติได้ทันที และแนะนำวิธีแก้ไขที่ชัดเจนและมีรายละเอียด
ตรวจสอบให้เครือข่ายสอดคล้องตามมาตรฐาน CIS Benchmark ด้วย Network Configuration Manager
Network Configuration Manager มีฟีเจอร์จัดการการปฏิบัติตามข้อกำหนดโดยเฉพาะ รองรับนโยบาย ความสอดคล้องทุกรูปแบบ และตอนนี้เราได้เพิ่ม CIS Benchmark เข้าไปในฟีเจอร์นี้แล้ว
อุปกรณ์ที่รองรับการปฏิบัติตามมาตรฐาน CIS Benchmark ได้แก่ อุปกรณ์ประเภท Cisco IOS และ Cisco ASA หากสภาพแวดล้อมเครือข่ายของคุณใช้งานอุปกรณ์
เหล่านี้อย่างแพร่หลาย คุณสามารถใช้ Network Configuration Manager เพื่อตรวจสอบให้อุปกรณ์สอดคล้องตามมาตรฐาน CIS Benchmark ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Network Configuration Manager จะประเมินการตั้งค่าทั้งหมดในระบบของคุณอย่างสม่ำเสมอ โดยอิงตามคำแนะนำใน CIS Benchmark เมื่อพบการละเมิด ก็จะแจ้งเตือนพร้อมให้แนวทางแก้ไขอย่างละเอียดทีละขั้นตอน CIS Benchmark แต่ละฉบับจะเจาะจงไปยังผลิตภัณฑ์ บริการ หรือระบบใดระบบหนึ่งโดยเฉพาะ และมีคำแนะนำที่ครอบคลุมทุกการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง ถ้าคุณปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ ระบบของคุณก็จะได้รับการตั้งค่าให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูง
วิธีการจัดการความสอดคล้องใน Network Configuration Manager:

CIS Benchmarks และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องจะพร้อมให้ใช้งานได้ทันที เมื่อระบบตรวจพบอุปกรณ์ Cisco IOS หรือ ASA นโยบายจะถูกจับคู่กับข้อกำหนดของแต่ละอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องตั้งค่าหรือเชื่อมโยงเองให้ยุ่งยาก
ฟังก์ชันสำคัญใน Network Configuration Manager ที่ช่วยให้ทำ CIS Compliance ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตั้งเวลาให้ระบบตรวจสอบความสอดคล้องตามมาตรฐาน CIS
- แก้ไขข้อผิดพลาดที่ไม่ตรงตาม CIS ด้วย Configlets
- ดูรายงานความสอดคล้องแบบเรียลไทม์ได้ทันที
ตั้งเวลาให้ระบบตรวจสอบความสอดคล้องตามมาตรฐาน CIS
ในเครือข่ายขนาดใหญ่ การตรวจสอบว่าอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน CIS หรือไม่ด้วยวิธีแบบแมนนวลนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย Network Configuration Manager ช่วยให้คุณตั้งเวลาได้ล่วงหน้าเพื่อให้ระบบตรวจสอบอัตโนมัติในวันและเวลาที่คุณกำหนด จากนั้น NCM จะทำงานให้เองตามตารางที่ตั้งไว้ โดยไม่ต้องให้คุณเข้าไปจัดการเอง และเมื่อเสร็จสิ้น คุณจะได้รับรายงานสถานะทันที กระบวนการที่เป็นระบบนี้ช่วยให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่จำเป็นทั้งหมดได้รับการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

แก้ไขข้อผิดพลาดที่ไม่ตรงตาม CIS ด้วย Configlets
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่าการตั้งค่าในอุปกรณ์ บางครั้งอาจทำให้อุปกรณ์ไม่ตรงกับมาตรฐาน CIS อีกต่อไป และระบบจะแจ้งว่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งต้องรีบแก้ไขทันที เพราะหากละเลยอาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือโดนค่าปรับ Network Configuration Manager มีฟีเจอร์ช่วยจัดการปัญหานี้แบบอัตโนมัติผ่าน Configlets ซึ่งเป็นเทมเพลตสคริปต์ที่สามารถตั้งค่าไว้ล่วงหน้าได้ คุณสามารถสร้างเทมเพลตสำหรับแก้ไขในแต่ละ Benchmark และหากพบปัญหา ก็สามารถรันการแก้ไขได้ทันทีด้วยคลิกเดียว
ดูรายงาน CIS Compliance แบบเรียลไทม์และละเอียดครบถ้วน
รายงานถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินงาน เนื่องจากช่วยให้เห็นภาพรวมของกระบวนการทั้งหมด Network Configuration Manager มีฟีเจอร์รายงานความสอดคล้องแบบเฉพาะ ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะความสอดคล้องของอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลสำคัญที่รวมอยู่ในรายงาน อย่าง Host name ของอุปกรณ์, ระดับความรุนแรง (เช่น Critical, Major และ Warning), จำนวนอุปกรณ์ที่ปฏิบัติตามข้อกำหนด และเวลาที่มีการตรวจสอบล่าสุด หากต้องการวิเคราะห์ในเชิงลึก คุณสามารถเจาะลงไปที่อุปกรณ์แต่ละเครื่อง เพื่อดูรายละเอียดของการละเมิดนโยบาย ระดับความรุนแรง จำนวนอุปกรณ์ที่สอดคล้อง และเวลาการตรวจสอบล่าสุด
เมื่อคลิกที่อุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง ระบบจะแสดงหน้ารายละเอียดที่แสดงกฎใดที่มีการละเมิดและกฎใดที่ยังคงสอดคล้องเพื่อให้คุณสามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ รายงานยังสามารถ Export ได้ทั้งในรูปแบบ PDF และ CSV หรือส่งผ่านทางอีเมลตามความต้องการ อีกทั้งยังสามารถฟิลเตอร์รายงานเพื่อแสดงเฉพาะกลุ่มอุปกรณ์ที่กำหนดได้
พร้อมจะตรวจสอบว่าอุปกรณ์ของคุณตรงตาม CIS Benchmark หรือยัง? มาปกป้องเครือข่ายของคุณแบบง่าย ๆ เลย! เริ่มทดลองใช้ Network Configuration Manager ฟรี 30 วัน — ทำ Compliance check แบบอัตโนมัติ แถมยังช่วยแก้ไขค่า Config ที่ผิดพลาดได้รวดเร็ว หรือถ้าต้องการดูการทำงานจริงในระบบของคุณ กรอกแบบ ฟอร์ม แล้วขอทดลองสาธิตการใช้งานฟรีจากผู้เชี่ยวชาญได้เลย
คำถามที่มักพบบ่อยเกี่ยวกับ CIS Benchmark และ Compliance
CIS Standards แปลว่าอะไร?
+CIS ย่อมาจาก Center for Internet Security โดยมาตรฐาน CIS หมายถึงชุดแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best practices) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรแห่งนี้ มาตรฐานเหล่านี้จะให้คำแนะนำในการตั้งค่าโดยละเอียดและเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmarks) เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับเครือข่ายระดับองค์กรของคุณ
CIS Benchmark มีไว้เพื่ออะไร?
+วัตถุประสงค์ของเกณฑ์มาตรฐาน CIS คือการมอบแนวทางปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมสำหรับการตั้งค่าระบบให้มีความปลอดภัย เกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถยกระดับสถานะความมั่นคงปลอดภัย ลดความเสี่ยง และรับรองความสอดคล้องตามมาตรฐานอุตสาหกรรมและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ
แล้ว CIS Benchmark คืออะไรแน่?
+เกณฑ์มาตรฐาน CIS ครอบคลุมมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการตั้งค่าความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน ระบบปฏิบัติการ เซิร์ฟเวอร์ และฐานข้อมูลที่หลากหลาย โดยกระบวนการอันเป็นเอกลักษณ์นี้อาศัยฉันทามตินี้ ที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากทั่วโลก
ใครได้ประโยชน์จากการทำให้ระบบตรงตาม CIS?
+องค์กรในทุกอุตสาหกรรมสามารถได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติตามมาตรฐาน CIS เนื่องจาก CIS Benchmark เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกและพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน รวมถึงภาครัฐ ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา
CIS Benchmark ถูกพัฒนาออกมาได้ยังไง?
+แนวทางที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน CIS โดยข้อแนะนำแต่ละข้อในเกณฑ์มาตรฐานนั้นกำหนดขึ้นจากฉันทามติของชุมชนผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากหลากหลายสายงานและภาคส่วน อาทิ ผู้รับมือกับภัยคุกคาม, นักเทคโนโลยี, ผู้ปฏิบัติงานด้านไอที, ผู้ตรวจสอบช่องโหว่ และอื่นๆ
CIS Benchmark Profiles คืออะไร?
+ข้อแนะนำแต่ละข้อในเกณฑ์มาตรฐาน CIS Benchmark จะถูกกำหนดโปรไฟล์ไว้ เพื่อระบุถึงระดับความปลอดภัยของการตั้งค่าที่แนะนำ
- ระดับที่ 1 หมายถึงข้อแนะนำการตั้งค่าขั้นพื้นฐาน ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยสำหรับระบบส่วนใหญ่ และมีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานน้อยที่สุด
- ระดับที่ 2 จัดอยู่ในหมวดหมู่การป้องกันเชิงลึก (Defense-in-depth) ซึ่งประกอบด้วยข้อแนะนำการตั้งค่าสำหรับสภาพแวดล้อมที่ต้องการความปลอดภัยสูง โดยต้องอาศัยการประสานงานและการวางแผนในการนำไปใช้ เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจน้อยที่สุด นโยบายที่มีโปรไฟล์ระดับ 2 จะประกอบด้วยข้อแนะนำหรือกฎการตั้งค่าของทั้งระดับ 1 และระดับ 2
Thank you for your feedback!