การตั้งค่าของอุปกรณ์เครือข่ายต้องถูกอัปเดตบ่อยๆ เพื่อรองรับการเติบโตของระบบเครือข่าย แต่เมื่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำแบบแมนนวล ก็มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดที่ส่งผลให้ระบบทำงานผิดพลาด หรือถึงขั้นล่มทั้งเครือข่ายได้
เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ ผู้ดูแลระบบต้องสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบไฟล์ Config ได้ง่าย ฟีเจอร์ Diff View จึงเข้ามาช่วย โดยแสดง Config แบบเปรียบเทียบซ้าย-ขวา ทำให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนตรงไหนบ้างโดยไม่ต้องไล่ดูทีละบรรทัดให้เสียเวลา
Network Configuration Manager จะสร้างเวอร์ชันและจัดเก็บไฟล์ข้อมูลการตั้งค่าทุกครั้งที่มีการสำรองข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นแบบแมนนวล ตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า หรืออัตโนมัติ ไฟล์สำรองแบบมีเวอร์ชันเหล่านี้จะถูกรวมกันเป็นประวัติการตั้งค่า ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกเปรียบเทียบเวอร์ชันปัจจุบันกับเวอร์ชันก่อนหน้าเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ Diff View ยังไม่ได้จำกัดการเปรียบเทียบเฉพาะอุปกรณ์ที่เป็นรุ่นเดียวกันหรือจากผู้ผลิตเดียวกันเท่านั้น แต่สามารถใช้ในสภาพแวดล้อมแบบหลายผู้ผลิต (Multi-vendor) ได้ เช่น ผู้ดูแลสามารถเปรียบเทียบเวอร์ชันใดก็ได้ของ Running Config จากเราเตอร์ Cisco กับเวอร์ชันใดก็ได้ของ Startup Config จากเราเตอร์ Juniper
ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกไฟล์ Config จากรายชื่ออุปกรณ์ทั้งหมดในเครือข่ายที่ Network Configuration Manager ตรวจพบ เมื่อเลือกอุปกรณ์แล้ว ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกเปรียบเทียบระหว่างค่า Startup หรือ Running ของอุปกรณ์ดังกล่าวได้ โดยเมื่อเลือกประเภทของ Config แล้ว ระบบจะแสดงเวอร์ชันของ Config ทั้งหมดที่ถูกจัดเก็บไว้ในประวัติของอุปกรณ์นั้น
นอกจากนี้ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ View Annotation เพื่อดูข้อมูลประกอบของ Config เวอร์ชันที่เลือกได้ ซึ่งจะแสดงว่าเวอร์ชันนั้นถูกจัดเก็บไว้จากการสำรองข้อมูลแบบแมนนวล แบบอัตโนมัติ หรือจากการตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า


ตารางเปรียบเทียบของ Diff View แสดงการเปลี่ยนแปลงด้วยรหัสสีเพื่อให้ง่ายต่อการระบุประเภทของการเปลี่ยนแปลงแต่ละรายการ บรรทัดที่มีการเพิ่มจะแสดงด้วยสีเขียว บรรทัดที่ถูกลบจะแสดงด้วยสีแดง และบรรทัดที่ถูกแก้ไขจะแสดงด้วยสีน้ำเงิน ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกได้ว่าต้องการดูทุกบรรทัดของการตั้งค่าพร้อมสีที่แสดงการเปลี่ยนแปลง หรือจะเลือกดูเฉพาะส่วนที่แตกต่างกันระหว่าง Config ก็ได้ ด้านล่างคือตัวอย่างการเปรียบเทียบระหว่างค่า Startup และ Running ของอุปกรณ์หนึ่ง

ในระบบโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายทั่วไป มักมีอุปกรณ์หลายตัวที่เป็นรุ่นเดียวกันหรือมาจากผู้ผลิตรายเดียวกัน ซึ่งแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ควรจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับเดียวกัน แต่ความแตกต่างของ Config อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาด้านประสิทธิภาพของระบบ เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ผู้ดูแลระบบเครือข่ายจำเป็นต้องระบุให้ได้ก่อนว่าส่วนใดของไฟล์การตั้งค่าที่ก่อให้เกิดความแตกต่าง โดยสามารถทำได้ด้วยการเปรียบเทียบการตั้งค่าของอุปกรณ์ที่มีปัญหากับอุปกรณ์ที่ทำงานปกติ เมื่อทราบค่าการตั้งค่าที่เป็นสาเหตุแล้ว ผู้ดูแลระบบก็สามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังสามารถเปรียบเทียบการตั้งค่าที่ผิดพลาดกับ ค่ามาตรฐาน (Baseline) เพื่อค้นหาจุดผิดพลาดได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
หากสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการการเปลี่ยนแปลง Config สามารถ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้จาก Network Configuration Manager
Thank you for your feedback!