ช่องโหว่ในเฟิร์มแวร์อาจทำให้ธุรกิจและข้อมูลสำคัญของลูกค้าตกอยู่ในความเสี่ยง เปิดโอกาสให้แฮ็กเกอร์เจาะระบบได้ง่าย ส่งผลให้ยอดขายลดลง เสียความน่าเชื่อถือ และอาจถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ องค์กรจำเป็นต้องตรวจหาช่องโหว่เฟิร์มแวร์และดำเนินการแก้ไขอย่างสม่ำเสมอ
ด้วย Network Configuration Manager คุณสามารถตรวจจับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของเฟิร์มแวร์ในอุปกรณ์เครือข่ายได้ทันทีและดำเนินการแก้ไขตามความจำเป็น Network Configuration Manager ทำหน้าที่เสมือน เครื่องมือสแกนช่องโหว่เฟิร์มแวร์ (Firmware Vulnerability Scanner) โดยทำงานตามมาตรฐานการจัดการช่องโหว่ของ NIST (National Institute of Standards and Technology) ผ่านการดึงข้อมูลช่องโหว่เฟิร์มแวร์จากฐานข้อมูล และเชื่อมโยงข้อมูลนั้นเข้ากับอุปกรณ์ที่ระบบกำลังดูแลอยู่ในโครงสร้างเครือข่ายของคุณ ปัจจุบัน Network Configuration Manager รองรับการจัดการช่องโหว่เฟิร์มแวร์จากผู้ผลิตตามตารางด้านล่างนี้
| ผู้ผลิต | เวอร์ชันที่รองรับ |
|---|---|
| Citrix |
รองรับตั้งแต่ 126130 |
| Mikrotik | |
| Checkpoint | |
| F5 | |
| Bluecoat | |
| InfoBlox | |
| RiverBed | |
| Huawei | |
| Netgear | |
| Hpe | |
| Netscreen | |
| Cisco |
รองรับตั้งแต่ 124098 |
| Juniper | |
| Palo Alto | |
| HP | |
| Aruba | |
| Arista | |
| Fortinet | |
| Dell |
Network Configuration Manager แสดงข้อมูลช่องโหว่ทั้งหมดที่ตรวจพบจากการสแกนเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ในหน้า Firmware Vulnerabilities โดยคุณสามารถดูข้อมูลช่องโหว่ได้ 3 รูปแบบ ได้แก่
ในแท็บ All vulnerabilities คุณสามารถดูรายการ CVE ID หรือช่องโหว่ทั้งหมดที่ตรวจพบในเครือข่าย ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานการจัดการช่องโหว่ของ NIST เมื่อคลิกที่ CVE ID ระบบจะแสดงอุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่นั้น ช่วยให้คุณจัดการช่องโหว่เฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ได้อย่างครบถ้วน
ในแท็บ Exposed Devices คุณสามารถตรวจสอบความเสี่ยงของแต่ละอุปกรณ์ได้โดยตรง โดย Network Configuration Manager จะแสดงรายการอุปกรณ์ที่มีช่องโหว่เฟิร์มแวร์อยู่ เมื่อกดดูรายละเอียด คุณจะเห็นรายการ CVE ID ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์นั้น ช่วยให้คุณทราบได้อย่างชัดเจนว่าในเครือข่ายมีอุปกรณ์ใดบ้างที่กำลังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอยู่.
ในแท็บ “Version Distribution” Network Configuration Manager จะสรุปและแสดงทุกเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์ที่มีความเสี่ยงภายในระบบของคุณ โดยจัดกลุ่มช่องโหว่ทั้งหมดตามเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อคลิกเข้าไปดู รายการจะโชว์อุปกรณ์ทั้งหมดในเวอร์ชันนั้น พร้อม CVE IDs ที่เชื่อมโยงอยู่ ช่วยให้ตรวจสอบและจัดการความเสี่ยงตามเวอร์ชันได้ง่ายขึ้น
เมื่อคลิกที่ CVE ID คุณจะสามารถดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาความปลอดภัยของเฟิร์มแวร์ในอุปกรณ์นั้นได้อย่างครบถ้วน โดยรายละเอียดที่แสดงประกอบด้วย
Date of publishing/modification:แสดงวันที่เผยแพร่และวันที่แก้ไขล่าสุดของ CVE นั้น
Vulnerability summary:สรุปข้อมูลว่าช่องโหว่นั้นคืออะไร และถูกพบครั้งแรกในอุปกรณ์ประเภทใด
Reference URL: ลิงก์อ้างอิงที่ให้ข้อมูลแพตช์หรือวิธีแก้ไข เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ทันที
Vulnerability status: แถบสถานะที่ให้คุณอัปเดตสถานะของช่องโหว่ เช่น ยังไม่ได้แก้ อยู่ระหว่างดำเนินการ หรือแก้ไขแล้ว โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
Network Configuration Manager จะแบ่งระดับความรุนแรงของช่องโหว่จากค่าคะแนนฐาน (Base score) ซึ่งคำนวณจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ตัวชี้วัดด้านความยากง่ายในการเจาะช่องโหว่ (Exploitability Metrics) ได้แก่ ความง่ายในการโจมตี (Attack), ความซับซ้อน (Complexity), การยืนยันตัวตน (Authentication) หรือ ตัวชี้วัดด้านผลกระทบจากช่องโหว่ (Impact Metrics) เช่น การรั่วไหลของข้อมูล (Confidentiality), ความถูกต้องของข้อมูล (Integrity), และความพร้อมใช้งานของระบบ (Availability) การจัดระดับความรุนแรงแบ่งตามช่วงคะแนนดังนี้:
Network Configuration Manager ซึ่งทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสแกนช่องโหว่เฟิร์มแวร์ จะจัดทำรายงานเกี่ยวกับช่องโหว่ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าอุปกรณ์ใดได้รับผลกระทบ สถานะปัจจุบันเป็นอย่างไร และมีแนวทางแก้ไขใดบ้าง คุณสามารถ Export รายงานเป็นไฟล์ PDF หรือ CSV รวมถึงส่งรายงานไปยังอีเมลของคุณได้โดยตรง
ด้วยฟีเจอร์ Advanced CVE Search คุณสามารถค้นหาช่องโหว่ทั้งหมดได้อย่างครอบคลุม โดยใช้ชื่อผู้ผลิต (Vendor), หมายเลข CVE, เวอร์ชันระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ (Device OS), เวอร์ชันซอฟต์แวร์ หรือรุ่นของอุปกรณ์ในการค้นหา ตัวอย่างเช่น หากคุณค้นหา “Cisco IOS 7000” ระบบจะแสดงช่องโหว่ด้านเฟิร์มแวร์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับรุ่นนั้น และเมื่อคลิกเข้าไป คุณจะเห็นรายละเอียดของช่องโหว่ที่ผูกกับแต่ละหมายเลข CVE อย่างครบถ้วน
Network Configuration Manager ช่วยให้คุณสแกนและจัดการช่องโหว่เฟิร์มแวร์ได้แบบลึก ครบ และทำได้ง่ายกว่าที่เคย ยังมีฟีเจอร์สำหรับ อัปเกรดเฟิร์มแวร และ ตรวจสอบช่องโหว่ ที่ช่วยให้คุณอัปเกรดจำนวนมากได้สะดวก พร้อมดูแดชบอร์ดสรุปช่องโหว่ได้ทันที ทดลองใช้ Network Configuration Manager ฟรี 30 วัน แล้วคุณจะเห็นเลยว่าการดูแลความปลอดภัยเฟิร์มแวร์ทั้งเครือข่ายนั้นง่ายแค่ไหน
Thank you for your feedback!