มองเห็นต้นทุน Cloud ของทุกทีมใน Dashboard เดียว

แดชบอร์ดต้นทุนคลาวด์ส่วนใหญ่มักถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานเพียงกลุ่มเดียว ทีมการเงินต้องการดูต้นทุนรวมแยกตามแต่ละแผนก ทีมวิศวกรรมต้องการดูต้นทุนแยกตามบริการ ทีม DevOps ต้องการดูรายละเอียดต้นทุนแยกตามสภาพแวดล้อมการทำงาน เมื่อทุกทีมต้องใช้แดชบอร์ดเดียวกัน ก็ไม่มีทีมไหนได้รับข้อมูลที่ต้องการจริง ๆ

นี่คือสาเหตุที่การมองเห็นต้นทุนคลาวด์แบบเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละทีมเริ่มมีความสำคัญ เมื่อแต่ละทีมสามารถมองเห็นต้นทุนของตัวเองได้อย่างชัดเจน ทีมจะทำงานได้รวดเร็วขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น และเริ่มให้ความสำคัญกับข้อมูลต้นทุนอย่างจริงจัง แดชบอร์ด FinOps ที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม จะช่วยให้แต่ละทีมเห็นเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเอง แทนที่จะบังคับให้ทุกคนใช้มุมมองแบบเดียวกันทั้งหมด

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแนวทางการปรับแต่งแดชบอร์ดให้เหมาะกับแต่ละทีม สิ่งที่แต่ละทีมจำเป็นต้องเห็นจริง ๆ และวิธีทำให้การมองเห็นต้นทุน สามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ

ทำไมแดชบอร์ดเดียวจึงไม่สามารถตอบโจทย์ทุกทีมได้

ข้อมูลต้นทุนคลาวด์มีความละเอียดซับซ้อนโดยธรรมชาติ ใบแจ้งค่าใช้จ่ายจาก AWS หรือ Azure เพียงฉบับเดียว อาจประกอบไปด้วยรายการค่าใช้จ่ายหลายพันรายการ ครอบคลุมบริการ ภูมิภาค บัญชี และประเภททรัพยากรจำนวนมาก รายละเอียดข้อมูลในระดับนี้อาจมีประโยชน์หากอยู่ในบริบทที่เหมาะสม แต่ก็อาจกลายเป็นข้อมูลที่เกินความจำเป็นในอีกบริบทหนึ่งได้เช่นกัน

นักวิเคราะห์ด้านการเงินที่ตรวจสอบค่าใช้จ่ายคลาวด์รายเดือน ไม่จำเป็นต้องเห็นรายละเอียดประเภทอินสแตนซ์ EC2 ขณะที่วิศวกรที่กำลังวิเคราะห์สาเหตุของต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องดูข้อมูลสรุประดับแผนก เมื่อแดชบอร์ดพยายามตอบโจทย์ทั้งสองกลุ่มพร้อมกัน สุดท้ายแล้วกลับไม่สามารถตอบโจทย์ใครได้อย่างแท้จริง

ผลลัพธ์ที่มักเกิดขึ้นคือ:

  • หลายทีมเลือกที่จะไม่ใช้งานแดชบอร์ด เพราะข้อมูลที่แสดงไม่สามารถตอบคำถามหรือความต้องการของพวกเขาได้
  • หลายทีมต้องเสียเวลาในการกรองและจัดรูปแบบข้อมูลใหม่ด้วยตนเองทุกครั้งที่ต้องการใช้งาน

ซึ่งทั้งสองปัญหานี้สามารถหลีกเลี่ยงได้

แล้วข้อมูลไหนที่แต่ละทีมต้องการจริงๆ

ก่อนปรับแต่งแดชบอร์ด สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าแต่ละทีมต้องการใช้ข้อมูลต้นทุนเพื่ออะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างแดชบอร์ด FinOps ที่ต้องรองรับ Stakeholders หลายฝ่ายภายในองค์กร

ทีมการเงินและผู้บริหาร

ทีมการเงินให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายรวม แนวโน้มการใช้งานในระยะยาว และการเปรียบเทียบระหว่างต้นทุนจริงกับงบประมาณที่กำหนดไว้ โดยมักวิเคราะห์ข้อมูลในมุมของหน่วยธุรกิจ Cost Centers และรอบการใช้งานรายเดือน รวมถึงอาศัยกระบวนการ Cloud Showback และ Chargeback เพื่อกระจายค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม

คำถามสำคัญที่ทีมการเงินต้องการคำตอบได้แก่:

  • ค่าใช้จ่ายคลาวด์ในเดือนนี้ยังอยู่ภายในงบประมาณที่กำหนดหรือไม่?
  • แผนกหรือสายผลิตภัณฑ์ใดเป็นต้นเหตุของค่าใช้จ่ายสูงสุด?
  • ค่าใช้จ่ายมีการเปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนอย่างไรบ้าง?

สิ่งที่แดชบอร์ดควรแสดงสำหรับทีมการเงินได้แก่:

  • ภาพรวมค่าใช้จ่ายระดับสูง
  • กราฟแนวโน้มการใช้งาน
  • Cost Center Breakdowns
  • การเปรียบเทียบระหว่างงบประมาณกับค่าใช้จ่ายจริง
  • มุมมองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายรายเดือน 

ทีมวิศวกรรม

วิศวกรจำเป็นต้องเข้าใจผลกระทบด้านต้นทุนของระบบที่ดูแลอยู่ โดยมักให้ความสำคัญกับบริการ แอปพลิเคชัน หรือ Microservices ที่ตนรับผิดชอบ และในปัจจุบันหลายองค์กรก็เริ่มผลักดันให้ทีมวิศวกรรมมีความรับผิดชอบต่อต้นทุนคลาวด์มากขึ้นในกระบวนการทำงานประจำวัน

คำถามสำคัญที่ทีมวิศวกรรมต้องการคำตอบได้แก่:

  • บริการนี้มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเท่าใด?
  • การปรับใช้ระบบล่าสุดส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่?
  • ทรัพยากรใดภายในแอปพลิเคชันที่ใช้ต้นทุนมากที่สุด?

สิ่งที่แดชบอร์ดควรแสดงสำหรับทีมวิศวกรรมได้แก่:

  • มุมมองต้นทุนในระดับแอปพลิเคชันหรือบริการ
  • การกรองข้อมูลด้วย Tag-Based Filtering เพื่อรองรับการจัดสรรต้นทุนคลาวด์ตามแต่ละทีม
  • มุมมองข้อมูลในช่วงเวลาสั้น เช่น รายวันหรือรายสัปดาห์
  • การตรวจจับความผิดปกติของต้นทุน
  • ความสามารถในการเจาะลึกต้นทุนในระดับทรัพยากร

ทีม DevOps และทีมแพลตฟอร์ม

ทีม DevOps และทีมแพลตฟอร์มมักวิเคราะห์ข้อมูลในมุมของสภาพแวดล้อมการทำงาน และชั้นโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

คำถามสำคัญที่ทีม DevOps และทีมแพลตฟอร์มต้องการคำตอบได้แก่:

  • สภาพแวดล้อม Staging มีต้นทุนแตกต่างจาก Production มากน้อยเพียงใด?
  • มีทรัพยากรที่ไม่ได้ใช้งานหรือใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพหรือไม่?
  • คลัสเตอร์ Kubernetes หรือบริการที่ใช้ Shared Services มีรูปแบบต้นทุนอย่างไร?

สิ่งที่แดชบอร์ดควรแสดงสำหรับทีม DevOps และทีมแพลตฟอร์มได้แก่:

  • การแยกต้นทุนตามสภาพแวดล้อมการทำงาน เช่น Production, Staging และ Development
  • มุมมองต้นทุนในระดับโครงสร้างพื้นฐาน
  • การแสดงข้อมูลต้นทุนควบคู่กับ Utilization Metrics
  • ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพและทรัพยากรที่สูญเปล่า

วิธีออกแบบแดชบอร์ดให้เหมาะกับแต่ละทีม

เมื่อเข้าใจความต้องการของแต่ละทีมแล้ว การออกแบบโครงสร้างแดชบอร์ดก็จะชัดเจนขึ้น หัวใจสำคัญคือการใช้ Tagging Structure เป็นพื้นฐานในการสร้างแดชบอร์ด FinOps ที่มีประสิทธิภาพ

หลักการสำคัญ

กรองข้อมูลตามความรับผิดชอบของทีม ไม่ใช่เพียงแค่ประเภทของทรัพยากร
แดชบอร์ดควรถูกกรองข้อมูลด้วย Team Tags หรือ Cost Center Tags เพื่อให้แต่ละกลุ่มเห็นเฉพาะข้อมูลที่สะท้อนการใช้งานจริงของตนเอง แทนที่จะเห็นทรัพยากรทั้งหมดภายในบัญชี แนวทางนี้ยังช่วยให้การจัดสรรต้นทุนคลาวด์ตามแต่ละทีมมีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันภายในองค์กร

กำหนดระยะเวลาของข้อมูลให้สอดคล้องกับลักษณะการทำงาน
ทีมการเงินมักทำงานเป็นรอบรายเดือน ดังนั้นการดูข้อมูลในช่วงเวลาที่ยาวขึ้นจึงเหมาะสมกว่า ในขณะที่ทีมวิศวกรรมจะได้ประโยชน์มากกว่าจากมุมมองข้อมูลรายวันหรือรายสัปดาห์ เพื่อใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ช่วงเวลาที่สั้นลงมีความสำคัญต่อทีมวิศวกรรม เพราะช่วยสร้าง Feedback Loop ที่รวดเร็วหลังการปรับใช้ระบบ ทำให้สามารถตรวจพบต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ส่วนช่วงเวลาที่ยาวขึ้นจะเหมาะกับทีมการเงินมากกว่า เพราะสอดคล้องกับกระบวนการติดตามงบประมาณและการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายรายเดือน

จำกัดจำนวนตัวชี้วัดที่แสดงบนแดชบอร์ด
แต่ละแดชบอร์ดควรโฟกัสเพียง 3 ถึง 5 ตัวชี้วัดสำคัญเท่านั้น การแสดงข้อมูลมากเกินไปอาจทำให้แดชบอร์ดใช้งานได้ยากและลดความชัดเจนของข้อมูล

ตั้งค่าตัวกรองเริ่มต้น แทนการล็อกมุมมองตายตัว
แดชบอร์ดควรถูกตั้งค่าตัวกรองเริ่มต้นให้เหมาะกับแต่ละทีม แต่ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถสำรวจข้อมูล และเจาะลึกรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามต้องการ

Tagging คือรากฐานสำคัญของการสร้างการมองเห็นข้อมูลแบบเจาะจง

ทั้งหมดนี้จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่มี Tagging ที่มีมาตรฐานสอดคล้องกัน

หากทรัพยากรต่าง ๆ ไม่ได้ถูกกำหนดแท็กตามทีม แอปพลิเคชัน สภาพแวดล้อม หรือ Cost center แดชบอร์ดก็จะไม่สามารถกรองข้อมูลให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง การปฏิบัติตามแนวทางที่ดีที่สุดในการกำหนดแท็กต้นทุนคลาวด์ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แดชบอร์ดสามารถใช้งานได้จริงและเชื่อถือได้

ก่อนปรับแต่งแดชบอร์ด ควรดำเนินการดังต่อไปนี้:

  • ตรวจสอบความครอบคลุมของ Tagging
  • ตรวจสอบความสม่ำเสมอของค่าที่ใช้ใน Tag
  • ระบุค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรหรือ Untagged 

ตัวอย่างเช่น Tagging Compliance Reports ของ CloudSpend ช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบความครอบคลุมและความสอดคล้องของแท็กได้ ขณะที่ฟีเจอร์ Virtual Tagging ยังช่วยให้สามารถกำหนดแท็กย้อนหลังได้ ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยตรงในระดับโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นข้อมูลโดยไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจากทีมวิศวกรรมทันที

เมื่อมี Tagging ที่เหมาะสมแล้ว การปรับแต่งแดชบอร์ดก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย แม้ว่าข้อมูลจะยังคงเดิม แต่มุมมองในการนำเสนอสามารถเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับแต่ละทีมได้

สร้างแดชบอร์ดที่ผู้ใช้งานเปิดใช้จริง

ต่อให้แดชบอร์ดถูกออกแบบมาดีแค่ไหน หากไม่มีใครเปิดใช้งาน ก็ไม่มีความหมาย ดังนั้นการทำให้ผู้คนใช้งานแดชบอร์ดจริงมีความสำคัญไม่แพ้การออกแบบ

นี่คือแนวทางเชิงปฏิบัติที่ช่วยเพิ่มการนำแดชบอร์ดไปใช้งานภายในองค์กร:

  • ผสานการติดตามต้นทุนเข้ากับกิจกรรมประจำของทีม เช่น การประชุมติดตามงานรายสัปดาห์ หรือการประชุมทบทวนธุรกิจรายเดือน ตัวอย่างเช่น ในการประชุม Standup ของทีมวิศวกรรมประจำสัปดาห์ การตรวจสอบ 3 บริการที่มีต้นทุนเพิ่มสูงที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถช่วยในเรื่อง Cost Hygiene Check ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที โดยไม่จำเป็นต้องจัดประชุมแยกเพิ่มเติม
  • ตั้งค่าการแจ้งเตือนความผิดปกติของต้นทุน เพื่อแจ้งทีมงานทันทีเมื่อค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงผิดปกติ ตัวอย่างเช่น การแจ้งเตือนเมื่อบริการใดมีค่าใช้จ่ายสูงเกินค่าเฉลี่ยรายวันที่กำหนดไว้ จะช่วยให้ทีมสามารถตรวจพบปัญหาได้ทันทีหลังการปรับใช้ระบบ
  • เชื่อมโยงข้อมูลต้นทุนเข้ากับการตัดสินใจด้านเทคนิค เช่น สถาปัตยกรรมระบบ การขยายระบบ และการจัดการทรัพยากรที่ไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น การแสดงให้เห็นว่าการปรับขนาดอินสแตนซ์หรือการเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโหลดบน Kubernetes สามารถช่วยลดต้นทุนได้อย่างไร จะทำให้ต้นทุนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเชิงวิศวกรรมอย่างชัดเจน

เมื่อทีมต่าง ๆ เห็นว่าข้อมูลต้นทุนมีผลต่อการตัดสินใจจริง พวกเขาก็จะให้ความสำคัญกับข้อมูลเหล่านั้นมากขึ้น

ปรับแต่งแดชบอร์ดต้นทุนคลาวด์สำหรับทุกทีมด้วย CloudSpend

CloudSpend ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างมุมมองต้นทุนคลาวด์เฉพาะสำหรับแต่ละทีมได้อย่างง่ายดายผ่านรายงานแบบกำหนดเอง คุณสามารถกรองและจัดระเบียบค่าใช้จ่ายตามมิติของ Tag ไม่ว่าจะเป็นทีม แอปพลิเคชัน สภาพแวดล้อม หรือศูนย์ต้นทุน พร้อมสร้างแดชบอร์ดที่สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานจริงของแต่ละกลุ่ม

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกใช้ Widgets หลากหลายรูปแบบเพื่อแสดงข้อมูลให้เหมาะสมกับแต่ละทีม ไม่ว่าจะเป็นสรุปภาพรวม กราฟแนวโน้ม หรือการแสดงรายละเอียดเชิงลึก

ด้วย CloudSpend คุณสามารถ:

  • สร้างมุมมองแยกสำหรับทีมการเงิน ทีมวิศวกรรม และทีมแพลตฟอร์ม
  • ใช้ Widgets ที่แตกต่างกันเพื่อแสดงผลต้นทุนให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละทีม
  • กรองต้นทุนตาม Tag เพื่อแสดงเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • ติดตามแนวโน้มค่าใช้จ่ายและกำหนดขีดจำกัดงบประมาณ
  • ระบุทรัพยากรที่ไม่มีการกำหนด Tag ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการมองเห็นข้อมูล
  • รองรับการทำ Cloud Showback และ Chargeback เพื่อเพิ่มความโปร่งใสด้านต้นทุนระหว่างทีมต่าง ๆ ภายในองค์กร

สามารถทดลองใช้ฟรีวันนี้ และเริ่มสร้างแดชบอร์ดที่ทีมของคุณพร้อมใช้งานจริงได้ที่นี่

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

Linkedin : https://www.linkedin.com/company/manageenginethailand
Facebook: https://www.facebook.com/manageenginethailand