การรองรับพนักงานยุคใหม่ที่ทำงานแบบไฮบริด ทำงานแบบรีโมท หรือทำงานหน้างาน จำเป็นต้องรองรับการใช้งานอุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งภายในและภายนอกองค์กรตามลักษณะงาน ใช้ศักยภาพของ Endpoint Central ที่รองรับอุปกรณ์ได้หลากหลาย ทั้งแบบ On-site, Private Cloud และ Public Cloud เพื่อสนับสนุนการทำงานในทุกวันอย่างราบรื่น
วางแผนและดำเนินกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยแบบครบวงจร ครอบคลุมนโยบายเชิงรุก เช่น การป้องกันข้อมูลรั่วไหล การตรวจจับและแก้ไขช่องโหว่ การป้องกันภัยจากเว็บไซต์ และการป้องกันการยกระดับสิทธิ์ พร้อมระบบตอบสนองต่อเหตุการณ์แบบอัตโนมัติ
ทำให้กระบวนการดูแลพนักงานเป็นระบบอัตโนมัติผ่านระบบบริการตนเอง ให้พนักงานเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรได้ทุกเมื่อที่ต้องการ พร้อมรับการแก้ไขปัญหาและการสนับสนุนจากฝ่ายไอทีอย่างทันท่วงที เสริมการดูแลเชิงรุกด้วยการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง
ทำให้กระบวนการทำงานเป็นอัตโนมัติ เพื่อลดการทำงานแบบแมนนวลในการจัดการอุปกรณ์ ความปลอดภัย และประสบการณ์ผู้ใช้ ใช้ระบบอัตโนมัติที่อ้างอิงข้อมูลเชิงลึกของ Endpoint Central เพื่อตรวจจับและแก้ไขปัญหาด้านประสิทธิภาพของอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน และเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้อุปกรณ์พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
กำหนดและตรวจสอบให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานอุตสาหกรรมอยู่เสมอ เช่น HIPAA, GDPR, SOC2, PCI DSS และ CIS Controls ด้วยเทมเพลตสำเร็จรูปและขั้นตอนการแก้ไขปัญหาแบบอัตโนมัติ
ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 องค์กรต่าง ๆ เริ่มปรับเปลี่ยนงานดูแลระบบที่เคยทำแบบแมนนวลให้เป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น ตลาดในช่วงเวลานั้นเป็นที่รู้จักในชื่อ Client Management Tools (CMT)
เราพัฒนา Desktop Central ขึ้นโดยเริ่มตั้งแต่ศูนย์ และเปิดตัวในปี 2005 ในฐานะโซลูชัน
Client Management Tool ตั้งแต่วันแรก Desktop Central
โดดเด่นแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น
ด้วยฟีเจอร์ที่ออกแบบอย่างใส่ใจ เช่น Distribution Server เพื่อลดการใช้แบนด์วิดท์ และ Power
Management ที่สนับสนุนแนวคิด “Go Green” เพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ประมาณปี 2010 อุปกรณ์พกพาเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในสายตาขององค์กรด้านไอที ส่งผลให้เกิดโซลูชัน Mobile Device Management (MDM) เพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการอุปกรณ์เหล่านี้ เมื่อรูปแบบการทำงานแบบเคลื่อนที่เริ่มทำให้เส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงานเลือนหายไป ในราวปี 2012 MDM จึงพัฒนาเป็น Enterprise Mobility Management (EMM) ที่ยกระดับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมรองรับแนวคิด BYOD (Bring Your Own Device) การปรับตัวรองรับ BYOD ในช่วงเวลานั้นเอง ที่ช่วยให้องค์กรสามารถรับมือกับสถานการณ์การทำงานในช่วงการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลาด EMM เติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะตลาดเฉพาะทาง เนื่องจากผู้ให้บริการ CMT ไม่สามารถเชื่อมต่อ EMM เข้ากับโซลูชันเดิมได้ง่ายนักจากข้อจำกัดด้านสถาปัตยกรรมระบบ อย่างไรก็ตาม ในปี 2013 เราได้ตอบโจทย์ความต้องการนี้ ด้วยการเชื่อมต่อ EMM เข้ากับ Desktop Central และกลายเป็นผู้ให้บริการรายเดียวต่อจาก Microsoft ที่สามารถรวม EMM และ CMT ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียวได้สำเร็จ

ต่อมา เมื่อ Windows 10 มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย แนวคิด MDM จึงถูกนิยามใหม่เป็น “Modern Management” ซึ่งหมายถึงการบริหารจัดการอุปกรณ์ปลายทางผ่านบริการที่ทำงานบนคลาวด์
ในปี 2016 Desktop Central ได้เปิดให้ใช้งานบน AWS Marketplace และ Azure Marketplace เราเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรายแรก ๆ ที่นำเสนอความสามารถด้าน EMM พร้อมรองรับทั้ง Windows เวอร์ชันเดิม (Legacy Windows OS) และ Windows 10 ได้ในโซลูชันเดียว ซึ่งช่วยเชื่อมต่อการจัดการระบบแบบดั้งเดิมเข้ากับระบบการบริหารสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ เรายังเพิ่มความสะดวกด้วยระบบ Zero-touch Enrollment และ Autopilot Mode เพื่อให้การเริ่มต้นใช้งานเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่มีสะดุด

หลังการเปิดตัว Windows 10 ประมาณปี 2018 องค์กรจำนวนมากเริ่มมองหา Vendor รายเดียวและแพลตฟอร์มเดียวที่สามารถบริหารจัดการทั้ง Desktop และอุปกรณ์พกพาได้ในที่เดียว ส่งผลให้ CMT และ EMM หลอมรวมกันกลายเป็น Unified Endpoint Management (UEM)
เพื่อตอบรับเทรนด์นี้ เราได้พัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ได้แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มนำเข้ามาจนถึงการปลดระวางอุปกรณ์ ครอบคลุม Hybrid Workspace และระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย (รวมถึง chromeOS และ tvOS) รวมถึงอุปกรณ์ทุกประเภท เช่น Desktop, Smartphone, Tablet, Server, เครื่อง Point-of-Sale, Thin Client, IoT, Wearable, Kiosk และอุปกรณ์เครือข่ายอื่น ๆ และในปี 2020 เราได้เปิดตัว Desktop Central Cloud
เรายังขยายความสามารถเพิ่มเติม ทั้งด้านการควบคุมแบบรีโมทที่มีประสิทธิภาพสูง และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย เช่น DLP, การป้องกันมัลแวร์เรียกค่าไถ่ (Ransomware) และการรองรับการปฏิบัติตามมาตรฐาน อย่าง HIPAA, PCI, PCI DSS, FISM, CIS และอื่น ๆ ซึ่งครอบคลุมมากกว่าแค่การจัดการอุปกรณ์แบบดั้งเดิมและการบริหารจัดการแบบสมัยใหม่ ด้วยความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยตั้งแต่ก่อตั้งองค์กร เราจึงเดินหน้าส่งมอบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง

ในอนาคต เราเชื่อว่าตลาดกำลังก้าวสู่สภาพแวดล้อมแบบไฮบริด ที่ผสานทั้งระบบแบบ On- premises และบนคลาวด์ Virtual Machines และ Physical Machines รวมถึงรูปแบบการทำงานทั้งพนักงานประจำออฟฟิศและพนักงานที่ทำงานจากระยะไกล และเราพร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ แม้แผนงานของเราจะยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ Roadmap ของเรามุ่งเน้นการผสานการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง Endpoint Security Management และ UEM พร้อมพัฒนาชุดฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ManageEngine คือผู้บุกเบิกด้านการแก้ไขความท้าทายระดับองค์กรในเรื่องการบริหารจัดการอุปกรณ์และความปลอดภัย พร้อมประวัติการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องในตลาดไอที Endpoint Central คือ โซลูชัน UEM แบบครบวงจรของ ManageEngine ที่ออกแบบมาเพื่อบริหารจัดการและเสริมความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ที่มีความหลากหลายสูง พร้อมรองรับระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันในสภาพแวดล้อมเดียว โซลูชันนี้รองรับการจัดการอุปกรณ์แบบ End-to-end ตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่อุปกรณ์แบบดั้งเดิมจนถึงอุปกรณ์สมัยใหม่ พร้อมฟีเจอร์ด้านการให้การสนับสนุนระยะไกล ( Remote Support) ที่มีประสิทธิภาพสูง และความปลอดภัยอุปกรณ์ที่ทำงานผ่านเอเจนต์เดียวและเวิร์กโฟลวเดียว Endpoint Central พร้อมให้ใช้งานทั้งแบบ On-premises และ SaaS ปัจจุบันมีองค์กรมากกว่า 25,000 แห่งทั่วโลกเลือกใช้งาน และสามารถทำงานร่วมกับเครื่องมือ ITSM และ IAM จากผู้ให้บริการรายอื่นได้แบบไม่มีสะดุด
Gartner, รายงาน Voice of the Customer สำหรับเครื่องมือ Unified Endpoint Management จัดทำโดยผู้ใช้งานจริง (Peer Contributors), วันที่ 7 พฤษภาคม 2024
GARTNER เป็นเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการจดทะเบียน และเครื่องหมาย GARTNER PEER INSIGHTS CUSTOMERS’ CHOICE รวมถึง PEER INSIGHTS เป็นเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการของ Gartner, Inc. และ/หรือบริษัทในเครือ ทั้งในสหรัฐอเมริกาและระดับสากล โดยนำมาใช้ภายใต้การอนุญาตอย่างเป็นทางการ สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด
เนื้อหาใน Gartner Peer Insights เป็นความคิดเห็นของผู้ใช้งานปลายทางแต่ละราย ซึ่งอ้างอิงจากประสบการณ์ตรงกับผู้ให้บริการที่ปรากฏบนแพลตฟอร์ม ไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง และไม่ถือเป็นมุมมองหรือความเห็นของ Gartner หรือบริษัทในเครือ Gartner ไม่ได้ให้การรับรองผู้ให้บริการ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใด ๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ และไม่ให้การรับประกันใด ๆ ไม่ว่าจะโดยชัดแจ้งหรือโดยนัย เกี่ยวกับความถูกต้องหรือความครบถ้วนของข้อมูล รวมถึงการรับประกันความสามารถในการจำหน่ายหรือความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ